ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559

หยาดน้ำค้าง

หยาดน้ำค้าง

ในบทความนี้เราก็ยังอยู่ที่เรื่องของต้นไม้ครับ ในตอนนี้เรามาดูในเรื่องของต้นไม้กินแมลงกันหน่อย และต้นไม้กินแมลงที่เราพบได้โดยทั่วไปนั่นก็คือหยาดน้ำค้างครับ ถ้างั้นเรามาลองดูเจ้าหยาดน้ำค้าง ต้นไม้กินแมลงของเมืองไทย กันหน่อยว่ามันรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร และมันมีความสำคัญอย่างไร

หยาดน้ำค้าง หรือ จอกบ่วายเป็นต้นไม้ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์  Drosera Burmanii จัดอยู่ในวงศ์ CROSERACEAE
หยาดน้ำค้างจัดอยู่ในกลุ่มพืชกินแมลง ลำต้นจะแนบอยู่กับพื้นดิน ที่เห็นในภาพไม่ใช่ลำต้นแต่เป็นใบ เจริญเติบโตในช่วงฤดูฝน
ใบเป็นแผ่นมนรี ค่อนข้างหนา ลักษณะคล้ายช้อน เรียงกันเป็นรูปวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง ตั้งแต่ ๑.๕ - ๓ เซนติเมตร ช่วงต้นฤดูฝนใบจะเป็นสีเขียวพอถึงปลายฤดูฝนใบจะมีสีแดงเรื่อตามขอบใบ ใบจะมีขนเล็กๆเป็นจำนวนมาก ปลายขนจะมีน้ำหวานเหนียวๆเกาะอยู่ คล้ายกับหยาดน้ำค้าง มีไว้เพื่อดักจับมดแมลงไว้ย่อยสลายเป็นอาหาร
ดอกจะออกระหว่างเดือนกันยายน - ตุลาคม ออกเป็นช่อจากใจกลางต้น ช่อดอกสูง ๕ - ๑๕ เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น
โดยส่วนใหญ่สามารถพบตามภูเขาที่หินทราย บริเวณริมลำธารหรือที่ชื้นแฉะ ในประเทศไทยพบที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

เกล็ดนิ่ม


เกล็ดนิ่ม
เกล็ดนิ่มใหญ่ ผมจำได้ว่าผมเคยนำเสนอเรื่องของเกล็ดนิ่มเล็ก หรือเกล็ดปลาช่อนไปแล้วนะครับ วันนี้ผมมีเกล็ดนิ่มใหญ่มานำเสนอ ความจริงผมเป็นคนชอบต้นไม่เลยไม่พลาดที่จะหาต้นไม้มาสะสม เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว ผมได้เกล็ดนิ่มเล็กหรือ เกล็ดปลาช่อนมา แต่หลังจากนั้นประมาณ 3ปีผมได้มาอีกต้นมีลักษณะที่คล้ายกันถ้าดูผิวเผินนั่นจะเหมือนกันมากเลยที เดียว 

แต่หากดูให้ดี จะเห็นว่า ขนาดของ ทั้ง 2 ต้นต่างกันมากเลยที่เดียว พอดีวันนี้มีเวลาว่างก็เลยมานำเสนอเพื่อที่จะ เอามาให้ดูกันเผื่อใครมีไอเดียดีดีจะได้เอาไป ปลูกจัดสวนกัน ลักษณะ โดยรวมคงไม่ต้องอธิบายมากนักเพราะผมเข้าใจว่าทุกท่านก็คงได้อ่านเรื่องเกล็ด นิ่มเล็กกันมาแล้ว แต่พอวันนี้เอามานำเสนอก็ต่างกันแต่ขนาดเท่านั้น

ถ้าดูจากภาพจะมองเห็นว่าดูคล้ายกันมากมากแต่สามารถดูได้จากล็ดนิ่มเล็กมา เปลียบเทียบกันดูแล้วเพื่อให้ทุกท่านสามารถแยกแยะได้ว่า ความแตกต่างของมันมีมากขนาดไหเกล็ดนิ่มใหญ่สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยเมล็ด แต่ทั้งนี้ ถ้าปลูก ใกล้กัน 2 ต้นจะมีการผสมกันหรือไม่อันนี้ยังไม่รู้ ต้องลองดู 

ส่วนประโยชน์ของมันผมสนใจเอามาเป็นไม้ประดับ ส่วนเรื่องอื่น เอาไว้ศึกษาเพิ่มเติมแล้วจะนำม่เสนออีกที
ถ้าดูจากภาพจะเห็นว่า เกล็ดนิ่มใหญ่และเกล็ดนิ่มเล็กมีขนาดแตกต่างกันพอสมควร

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Marula ผลไม้ประหลาดกินแล้วเมาเหมือนกินเหล้า

Marula ผลไม้ประหลาด เมากันทั้งป่า
ผลไม้ประหลาด สรรพคุณเหมือนเหล้า กินแล้วเมา ไม่ต่างจากเหล้าที่คนกิน แล้วยังไง คน ก็ไม่ต่างกับ เดรัจฉาน

รายละเอียดผลไม้ในป่าที่ แอฟริกาใต้นี้ชื่อ ว่า Marula มันสามารถนำมาแปลงเป็นน้ำเมาได้ เพียงแค่หมักเท่านั้น จนทำเป็นเหล้าออกมาขายดังในภาพ และสัตว์ก็ช่างรู้ รวมหัวกันเป็นกระบวนการ ให้ช้างเป็นพี่เบิ้ม เขย่าผลให้ร่วง หลังจากนั้นก็แบ่งกันกินอย่างสนุกสนาน จากนั้นต่างก็เมาโซซัดโซเซกลับป่ากันไม่ถูกทีเดียว

Marula ผลไม้ที่กินแล้วเมา
ผลของ Marula 
เนื้อข้างในของ  Marula
              
ผลไม้ประหลาด สรรพคุณเหมือนเหล้า กินแล้วเมา ไม่ต่างจากเหล้าที่คนกิน  ผลไม่ชนิดนี้เป็น
ผลไม้ในป่าแถบ แอฟริกาใต้ชื่อ ว่า Marula  ผลไม้ที่ว่านี้เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มากมาย

จนได้สมยาว่า "Food of Kings" เพราะมีวิตามิน ซี มากกว่าส้มถึง 5 เท่า มี แคลเซียม แมกนีเซียม โปแทสเซียมแมกนีเซียม และฟอสฟอรัส สูง เนื้อผลนิยมนำไปทำเครื่องดื่มน้ำผลไม้ และนำไปหมักเป็น เหล้า ไวน์ และเบียร์ได้

จริงๆแล้วเราอาจจะมองว่าตลกสนุกสนาน ซึ่งเมื่อมองดูมันก็เป็นเช่นนั้นจริง แต่เมื่อเราย้อนมาดูว่า บ้านเราก็กินเหล้าเมายากันเป็นวิสัยอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเหมือนเราเห็นคนเมาเหล้า ที่ไม่สามารถควบคุมสติตัวเองได้ แล้วลองย้อนมองกลับมาดูตัวเอง เวลาที่เมาเหล้า ไม่สามารถควบคุมสติตัวเองได้ มันก็คงไม่ต่างอะไรกับภาพที่เราเห็นกันหรอกครับ 

นี่ยังอาจจะมองว่าสนุกสนาน ตลก แต่ถ้าเป็นภาพเราล่ะ คิดหรือไม่ครับว่า คนอื่นที่มองเราเค้าจะมองเราแบบสนุกสนานแบบนี้รึเปล่า ผมว่าเค้าคงมองเราแบบน่าสังเวชมากกว่าล่ะครับ

ลูกน้ำนม (Cainito)


ลูกน้ำนมผลสีม่วง
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร:Plantae
ไม่ถูกจัดอันดับ:Angiosperms
ไม่ถูกจัดอันดับ:Eudicots
ไม่ถูกจัดอันดับ:Asterids
อันดับ:Ericales
วงศ์:Sapotaceae
สกุล:Chrysophyllum
สปีชีส์:C. cainito
ชื่อทวินามChrysophyllum cainitoL.
ลูกน้ำนมผ่าครึ่งผลสีเขียวหรือม่วง
ผลสด
ลูกน้ำนม (อังกฤษ: Cainito; ชื่อวิทยาศาสตร์: Chrysophyllum cainito) ภาษาเขมรเรียกว่า แพรตึกเดาะ เป็นพืชพื้นเมืองของฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม กัมพูชา 

เป็นไม้ยืนต้น ใบเดี่ยว ยาวรี หน้าใบเป็นมัน เขียวเข้ม หลังใบเป็นสีแดง เป็นมัน ดอกออกเป็นช่อ ตามซอกใบ สีเขียวอมเหลือง หรือชมพูอมขาว กลื่นหอม ผลทรงกลม มีทั้งพันธุ์สีเขียว พันธุ์สีเหลืองและพันธุ์สีม่วงแดง พันธุ์เปลือกเขียว เนื้อสีขาว ส่วนพันธุ์เปลือกม่วง เนื้อสีขาวอมม่วง รสหวานหอม เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน กินเป็นผลไม้สด

ชื่อสามัญของลูกน้ำนมได้แก่ cainito, caimito, star apple, golden leaf tree, abiaba, pomme dulait, estrella, milk fruit และ aguay ใน เวียดนาม เรียกว่า vú sữa (ตรงตัว: breast-milk)

ผลของลูกน้ำนมมีสารต้านอนุมูลอิสระ เปลือกต้นเป็นยาบำรุงและยาชูกำลัง ยาต้มจากเปลือกใช้เป็นยาแก้ไอ
สปีชีส์ใกล้เคียงเรียกสตาร์แอปเปิล พบในทวีปแอฟริกา เช่น C. albidum และ C. africanum.

ในเวียดนาม พันธุ์ที่มีชื่อเสียงมากคือ Lò Rèn มาจากจังหวัดเตี่ยนยาง (Tien Giang) ในเซียร์ราลีโอน เรียกว่า "Bobi wata"

แตงโมงจิ๋วลูกเล็กกว่าเหรียญบาท


แตงโมงจิ๋วลูกเล็กกว่าเหรียญบาท แต่ที่แปลกสุดๆคือ เนื้อข้างในสดใสเท่าสายพันธ์ลูกโต ใครที่ได้ชิมต้องยกนิ้วโป้งให้กับความอร่อยของแตงโมจิ๋วแน่นอน !! 

แต่วันนี้เราก็จะมาเูวิธีปลูกแตงโมจิ๋วกันด้วย เราไปดูการเตรียมดินและวิธีปปลูกกันเลย
การเตรียมดิน
ใช้พีทมอส 2 ส่วน
ปุ๋ยดินมูลไส้เดือน 2 ส่วน
หินภูเขาไฟ (แช่น้ำ 1 คืนก่อนผสม) 1 ส่วน
หินเพอร์ไลต์ (จากอังกฤษ) (แช่น้ำ 1 คืนก่อนผสม) 1 ส่วน
ผสมให้เข้ากันแบ่งใส่กระถาง

วิธีปลูก
การปลูก เมื่อผสมดินปลูกแล้ว นำดินใส่กระถาง เอานิ้วจิ้มให้เป็นหลุม ลึก ประมาณ 2 นิ้ว แล้วใส่เมล็ดพันธุ์ลงไปในดิน แล้วกลบปิดหน้าดิน รดน้ำเบาๆเช้า – เย็นประมาณ 7 วันจะแตกใบ รากเริ่มเดิน

การดูแล ให้ดูแลโดยการรดน้ำสม่ำเสมอตลอดสัปดาห์ จะมีใบเลี้ยงขึ้นมา 2 ใบ ถ้ามีใบที่ 3-4 ให้นำลงกระถางใหญ่หรือลงดินได้เลยคำแนะนำการปลูก
ขั้นตอนที่ 1 ล้างเมล็ดในน้ำสะอาด
ขั้นตอนที่ 2 แช่เมล็ดในน้ำเกลือร้อยละ 10 เป็นเวลา 5 นาที
ขั้นตอนที่ 3 แช่เมล็ดในน้ำสะอาดเป็นเวลา 15 นาที อีกครั้ง
ขั้นตอนที่ 4 ใช้ดินที่ผสมไว้ใส่ในภาชนะตื้น หรือกระถางวัสดุสำเร็จ
ขั้นตอนที่ 5 วางเมล็ดลงบนดินที่ผสมสำหรับปลูก
ขั้นตอนที่ 6 เกลี่ยกลบเมล็ดด้วยดินผสม รดน้ำเบาๆให้ชุ่มนำใส่ถุง ปิดปากถุงรัดด้วยหนังยางหลวมๆ เปิดทุก 2 วัน เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ลงในถุง และ ตรวจสอบความชื้นในดิน ถ้ามันรู้สึกแห้ง ให้รดน้ำด้วยน้ำสะอาด วางในที่ที่มีแดดอ่อนๆ

มีวิธีทำและวิธีการปลูกกันเเล้ว อ่านแล้วสนใจที่จะทำการปลูกแตงโมจิ๋วก็ลองทำลองปลูกดูกันได้ อย่าลืมชิมกันด้วยน้าาา


แตงโมเหลืองสายพันธ์ “รัน รัน”

แตงโมเหลืองสายพันธ์ “รัน รัน” ที่ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับทั้งผู้ปลูก ตลาด และผู้บริโภค

แตงโมเหลืองสายพันธุ์ “รัน รัน” เป็นแตงโมลูกผสมเนื้อสีเหลือง มีลักษณะที่ดี ตอบสนองความต้องการของตลาดครบทุกด้าน ทั้งเกษตรกรผู้ปลูก และในด้านการผลผลิต ความแข็งแรงของต้น การติดผลที่ดี สามารถตอบสนองการผลิตได้ในทุกฤดู ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น อีกทั้งตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ในด้านของคุณภาพเนื้อ ความหวาน ทนต่อการขนส่ง และมีอายุการเก็บรักษาผลระหว่างรอการจำหน่ายหรือบริโภคได้ดีกว่าพันธุ์อื่นๆ ทั่วไป
              

นอกจากนี้ ด้วยรูปทรงหมอน ที่มีส่วนหัวและท้ายกลมมนเท่ากันเป็นวงรี นอกจากจะง่ายต่อการจัดวางและขนส่งแล้ว ยังมีความได้เปรียบ เมื่อต้องผ่าแบ่งผลเป็นชิ้นเล็ก ๆ ด้วยรูปทรงหมอน จะทำให้ได้จำนวนชิ้นเนื้อเกรด A มากกว่าแตงโมรูปทรงกลม ซึ่งติดในเรื่องรูปทรง ไม่สามารถผ่าได้ชิ้นเนื้อที่สมบูรณ์และสวยงามเป็นเกรด A ได้ทั้งหมด ดังนั้น เรื่องรูปทรง จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ
       
พบว่าแตงโมเหลือง รัน รัน พันธุ์นี้ปลูกง่าย อัตราการงอกดี ต้านทานโรคได้ดีตั้งแต่ปลูกยังไม่พบโรคและแมลงรบกวน ที่สำคัญยังเป็นพันธุ์ที่ติดลูกง่ายกว่าพันธุ์อื่นเท่าตัว อายุการเก็บนานกว่าพันธุ์อื่นๆ ตั้ง 15 วัน”
      
แตงโมรันรันมีการเจริญเติบโตของต้นที่แข็งแรงกว่าแตงโมเนื้อเหลืองสายพันธุ์อื่นๆ โดยให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 5-6 ตัน/ไร่ และหากปลูกในช่วงฤดูแล้งจะได้ผลผลิตสูงถึง 9 ตันต่อไร่เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่นที่ให้ผลผลิตเพียง 3-4 ตันต่อไร่เท่านั้น โดยมีเนื้อสีเหลืองสด เข้ม ความหวานสูงมากถึง 11-13 องศาบริกซ์ และมีกลิ่นหอมของเนื้อเฉพาะตัวที่สายพันธุ์อื่นๆ ไม่มี
        

ด้านต้นทุนการผลิตนั้นจะมีต้นทุนเฉลี่ยเหมือนกับการปลูกแตงโมพันธุ์อื่นๆ ประมาณ 8 พันบาทต่อไร่ ส่วนกำไรหากคิดคร่าวๆ จากผลผลิตขั้นต่ำที่ 5 ตันต่อไร่ ขายในราคาขั้นต่ำตันละ 5,000 บาท หักต้นทุนแล้วจะเหลือกำไร ประมาณ 17,000 บาทต่อไร่ โดยช่วงที่ขายแตงโมได้ราคาดีที่สุดจะอยู่ในช่วงเดือนกันยายน - ธันวาคมเนื่องจากพื้นที่อื่นๆ ไม่สามารถปลูกได้ และจะช่วงราคาขายที่ต่ำจะอยู่ในช่วงฤดูแล้งเนื่องจากผลผลิตจะมาจากทั่วประเทศ ส่วนด้านราคาซื้อขายแตงโมรันรันจะขึ้นลงตามราคาตลาด และปริมาณผลผลิตในท้องตลาด แต่จะสูงกว่าแตงโมเนื้อสีแดงในช่วงราคาเดียวกัน ประมาณ 2-3 บาทต่อกิโลกรัม

สตรอเบอรี่สีขาว ( Pineberry )


สตรอเบอรี่สีขาว ( Pineberry )
ผลไม้แปลก สตรอเบอรี่สีขาว
Pineberry พายเบอรี่ ผลไม้รูปทรงคุ้นตา แต่สีแปลกไปอย่างสิ้นเชิง และที่จะทำให้ยิ่งประหลาดใจยิ่งขึ้นไป ก็คือรสชาด และกลิ่นของมัน ไปรู้จัก พายเบอรี่ 
กันให้ลึกขึ้นอีกซักนิด 

รายละเอียดเกี่ยวกับ พายเบอรี่
พายเบอรี่ ( Pineberry ) เป็นชื่อที่มีที่มาจาก การนำชื่อผลไม้สองชนิดมารวมกันก็คือ พายแอปเปิ้ล ( PINEapple ) กับ สตรอเบอรี่ ( strawBERRY )
โดยมีรูปทรงคล้ายผล สตรอเบอรี่ แต่แทนที่จะมีสีแดง กับมีสีขาว แต่ยังคงมีเมล็ดสีแดงสด แทรกอยู่บนผิว
พายเบอรี่ มีขนาดผลประมาณ 15 - 23 มิลลิเมตร (ขนาดเล็กกว่า สตรอเบอรี่ สีแดง)
ในช่วงแรกก่อนที่ผล พายเบอรี่ จะสุกพวกมันจะมีผิวสีเขียว เมื่อเริ่มสุกจะค่อยๆ กลายเป็นสีขาวขึ้นเรื่อยๆ
พายเบอรี่มีรสชาด และกลิ่น เหมือน สับปะรด

พายเบอรี่ ไม่ใช่ผลไม้พันธุ์ใหม่ ในทางตรงกันข้าม พวกมันเป็นผลไม้ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ของทางอเมริกาใต้
พายเบอรี่มีให้กินอยู่เพียง เดือนกว่าในช่วงเดือน มีนาคม ถึง เมษายน สนนราคาอยู่ที่ประมาณ กิโลกรัมละ 1300 - 1700 บาท ( 125 กรัม ราคา 3 - 4 ปอร์น )
เพื่อนคนไหน เคยได้กิน พายเบอรี่ ลองบอกหน่อยว่ามันอร่อย คุ้มเงิน หรือเปล่า หรือ เอาตังค์ไปกิน สับปะรด ดีกว่า


ผลทับทิม หนักที่สุดในโลก 1.8 กิโลกรัม ( Heaviest pomegranate )


ทับทิม หนักที่สุดในโลก 1.8 กิโลกรัม
( Heaviest pomegranate )
ทับทิม หนักที่สุดในโลก 1.8 กิโลกรัม

Heaviest Pomegranate แล้วทำไมใช้คำว่า พอมแกรนนิท ไม่ใช้คำว่า รูบี้(Ruby) ก็ พอมแกรนนิท มันคือ ทับทิมที่เป็นพืช ไม่ใช่ รูบี้ที่เป็น อัญมณี ไงครับ มันถึงหนักตั้ง 1.8 กิโลกรัม

รายละเอียดเกี่ยวกับ ทับทิม หนักที่สุดในโลก
โคตรทับทิม ผลนี้ปลูกถูกปลูกที่ หมู่บ้าน Aiguo ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน
ทับทิมผลนี้ได้รับการยืนยันในสถิติ และน้ำหนักจากเวทีการประกวดของรัฐบาล ในมณฑลเสฉวน เมื่อวันที 4 พฤศจิกายน 2009
ในการประกวดมีการส่งทับทิมเข้าประกวดประมาณ 30 ผล
โดยผลไม้ที่ได้รับเลือกจะได้รับตำแหน่ง คิง(King)
 ควิน(Queen) ปริ๊นซ์(Prince) ปริ๊นเซส(Princess) ออฟ ทับทิม ตามลำดับ
โดย คิง ออฟ ทับทิม มีน้ำหนักมากกว่า ควิน ออฟ ทับทิม ถึง 1.04 กิโลกรัม 
เพราะมันมีน้ำหนักมากถึง 1.8 กิโลกรัม จึงทำให้มันเป็น ทับทิม ที่ หนักที่สุดในโลก
คิง ออฟ ทับทิม มีเส้นรอบผลถึง 48.7 เซ็นติเมตร
โคตรทับทิมยักษ์จริงๆ

แอ็ปเปิ้ลเนื้อสีแดง ( Redlove apple )

แอ๊ปเปิ้ลประหลาดเนื้อสีแดง
ผลไม้ประหลาด แอ็ปเปิ้ลเนื้อสีแดง ( Redlove apple )
ผลไม้ประหลาด แอ็ปเปิ้ลเนื้อสีแดง
Redlove apple เรดเลิฟแอ็ปเปิ้ล นี้เป็นผลไม้ประหลาดที่จะถูกนำออกมาจำหน่ายในอังกฤษเร็วๆนี้ โดยเนื้อภายในของ แอ็ปเปิ้ลจะมีสีแดงเหมือนแตงโม
รายละเอียด ผลไม้ประหลาด เรดเลิฟแอ็ปเปิ้ล
เรดเลิฟแอ็ปเปิ้ล เป็น ผลไม้ที่สร้างขึ้นมาโดยนักพฤกษศาสตร์(Botanist) นานว่า Markus Kobert ชาวสวีดีส โดยทำการถ่ายละอองแบบผสมข้าม(Cross-pollinated) ระหว่าง แอ็ปเปิ้ล กับ ผลไม้ปริศนา (ปิดเป็นความลับ เพื่อผูกขาดสายพันธุ์ไว้แต่เพียงผู้เดียว)

การสร้างสายพันธุ์ใหม่นี้ใช้เวลากว่า 20 ปี ในการในการผสมพันธุ์ ให้ได้ แอ็ปเปิ้ล ที่มีเนื้อสีแดงดุจแตงโม แต่มีรสชาติคล้ายผล เบอรี่ แถมยังมีสารต้านออกซิแดนท์(Antioxidant) ในปริมาณที่สูง

ภาพตัดขวางผล เรดเลิฟแอ็ปเปิ้ล เขาจะว่ามันเหมือนอะไร ก็ว่าไป แต่ Admin DEN ว่ามันเหมือน มะเขือเทศ มากที่สุด
เรดเลิฟแอ็ปเปิ้ล ยังมีจุดเด่น คือยังสามารถรักษาสีแดงไว้ได้ถึงแม้จะผ่านการนำไปปรุงอาหารแล้ว โดยจะไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล จึงเหมาะสมไปทำ สลัด ที่จะได้สีสันที่สวยงาม
ได้มีการนำเข้าเมล็ดพันธุ์ และต้นอ่อนเพื่อนำมาปลูในอังกฤษกว่า 1,500 ต้น เพื่ิอผลิตผล เรดเลิฟแอ็ปเปิ้ล จำหน่ายในอังกฤษได้อีกใน 2-3 ปีข้างหน้า

มีการกล่าวอ้างโดย ผลเรดเลิฟแอ็ปเปิ้ล คือแอ็ปเปิ้ลที่อร่อยที่สุดในโลก ทั้งหอมหวานเข้มเข้น ด้วยรสชาติแบบเบอรี่ ทั้งกินสด และนำไปปรุงเป็นอาหาร
และไม่ต้องกังวลเรื่องเป็นผลไม้ GMO เนื่องจากการผสมพันธุ์ใช้วิธีทางธรรมชาติเท่านั้น ไม่มีการใช้เทคโนโลยี่ตัดแต่งพันธุ์ใดๆทั้งสิ้น จึงปลอดภัย

เรดเลิฟแอ็ปเปิ้ล มี 2 สายพันธุ์โดยมีสายพันธุ์ Era จะออกผลตั้งแต่เดือนกันยายน ถึงช่วงคริสต์มาส และสายพันธุ์ Sirena ที่จะออกผลตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน ถึงเดือนตุลาคม
โดยราคาขายต้นอ่อนของ เรดเลิฟแอ็ปเปิ้ล มีราคาต้นละ 1,300 บาท ( 25 ปอนด์ )


พายแอ็ปเปิ้ล ที่ ทำจากผลเรดเลิฟแอ็ปเปิ้ล สีสันแดงได้ใจจริง ไม่มีการคล้ำเป็นสีน้ำตาล แดงจนเหมือนเนื้อสด เลยเห็นแล้วน่ากลัวเหมือนกัน

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559

หนุ่มจีนพบ “เห็ดยักษ์” หนัก 4 กิโลฯในโรงเรียนร้าง


หนุ่มจีนพบ “เห็ดยักษ์” หนัก 4 กิโลฯในโรงเรียนร้างบนภูเขา มองทีแรกนึกว่าร่มหนุ่มจีนพบเห็ดยักษ์ในป่า มีน้ำหนักถึง 4 กิโลกรัม เซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ สื่อจีนรายงาน ( ก.ค.) 
หนุ่มจีนพบเห็ดยักษ์ในป่า มีน้ำหนักถึง 4 กิโลกรัม 
มองไกลๆดูคล้ายร่ม           
เมื่อไม่นานมานี้ “จาง จือโป๋” หนุ่มรายหนึ่งในอำเภอชือเตี้ยน เมืองเป่าซัน มณฑลอวิ๋นหนัน (ยูนนาน) ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ได้ขึ้นภูเขาแถวบ้านเพื่อไปหาเห็ดมาทำอาหารกิน เนื่องจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกหลายวัน เขาคิดว่าอากาศชื้นน่าจะทำให้เห็ดเติบโตได้ดี

เขาและเพื่อนๆได้เดินวนหาเห็ดอยู่บนเขา จนกระทั่งเจอโรงเรียนร้างแห่งหนึ่ง จึงเดินเข้าไปสำรวจ และพบว่ามีวัตถุรูปร่างคล้าย “ร่ม” สีขาวตั้งอยู่บนพื้นดิน 3 ชิ้น แต่เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงพบว่าวัตถุดังกล่าว ที่แท้เป็นเห็ดยักษ์ ซึ่งดอกที่ใหญ่ที่สุดมีความสูง 66 เซนติเมตร พร้อมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ถึง 70 เซนติเมตร

จางและเพื่อนๆใช้รถมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะขนเห็ดยักษ์กลับบ้าน ชาวบ้านตามท้องถนนที่พบเห็นต่างพากันชี้ชวนให้ดูเห็ดประหลาดตลอดทาง           
รายงานระบุว่า จางยังคงเก็บเห็ดประหลาดไว้ ยังไม่ได้นำมาทำอาหาร ส่วนเพื่อนบ้านของเขาอายุราว 70 ปี ระบุว่าไม่เคยเห็นเห็ดใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ซึ่งเขาคาดว่าเห็ดยักษ์อาจจะมีพิษ

วัตถุรูปร่างคล้าย “ร่ม” สีขาวตั้งอยู่บนพื้นดิน 3 ชิ้น แต่เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงพบว่าวัตถุดังกล่าว ที่แท้เป็นเห็ดยักษ์ดอกที่ใหญ่ที่สุดมีความสูง 66 เซนติเมตร พร้อมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ถึง 70 เซนติเมตร 

รายการบล็อกของฉัน