ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะพร้าว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะพร้าว แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ น้ำมะพร้าว เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ? จริงหรือ..และผลการศึกษาในหนูทดลอง

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ น้ำมะพร้าว เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ? จริงหรือ..และผลการศึกษาในหนูทดลอง

🍸🌴ประโยชน์ทั่วๆ ไปของ ‘น้ำมะพร้าว’ ที่เราคุ้นเคยกัน คือ บำรุงผิวพรรณ อุดมด้วยวิตามิน ช่วยให้สดชื่น แน่ล่ะว่าเจ้าเครื่องดื่มจากธรรมชาตินี้ มีสรรพคุณที่ยอดเยี่ยมอยู่มากมาย แต่เมื่อไม่นานมานี้ ได้เกิดเรื่องน่าสนใจบนโลกโซเชียล ของคู่สามี-ภรรยา ที่อ้างถึงอีกหนึ่งสรรพคุณของน้ำมะพร้าว ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ‘สมรรถภาพทางเพศ’ !?

🥥และทันทีที่น้ำมะพร้าวได้ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวกับหัวข้อที่ผู้คนสนใจมากที่สุด ข่าวที่ตามมาคือมะพร้าวได้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และยังก่อให้เกิดข้อสงสัยกับหลายคนไม่น้อย ว่าจริงๆ แล้ว น้ำมะพร้าว จะมีสรรพคุณช่วยเพิ่มพลังชาย มอบความฟิตพร้อมใส่ทุกศึกได้จริงหรือไม่ ?

คำตอบของคำถามนี้ถูกถ่ายทอดโดย คุณหมอภาณุวัฒน์ พุทธเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ สถาบันรักษาความปวดและสร้างเสริมความเข้มแข็ง (Fix&Fit) โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้หลายคนได้คลายข้อสงสัย ในรูปแบบของประเด็นเชิงวิชาการ

👉🏿🍸🥥ซึ่งสำหรับผลการศึกษาเรื่อง น้ำมะพร้าว ที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ที่ใกล้เคียงที่สุด ก็คงจะเป็นผลการศึกษาใน ‘หนูทดลอง’ ที่ศึกษาโดยให้เจ้าตัวจ้อยกินน้ำมะพร้าว

🐀ต่อเนื่องกันหนึ่งเดือน และผลปรากฏว่า หนูทดลองมีระดับฮอร์โมนหลายชนิดสูงขึ้น “รวมทั้งฮอร์โมนเพศชาย และมีประสิทธิภาพในการผสมพันธุ์สูงขึ้นด้วย” อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าผลการทดลองนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในมนุษย์เช่นกัน

😬...แต่ช้าก่อน ก่อนที่จะรีบไปกักตุนน้ำมะพร้าว เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ผลการศึกษานี้คือการทดลองโดยใช้ ‘น้ำมะพร้าวอ่อนไม่ผ่านกระบวนการ’ และทำการทดลองโดย “ให้หนูกินน้ำมะพร้าว 50-100 CC ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน” ถ้าเป็นมนุษย์เทียบได้กับการดื่มน้ำมะพร้าวถึงวันละ 3-5 ลิตร !!

👉🏿ฟังดูอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเมื่อเทียบกับการได้มาซึ่งฮอร์โมนเพศชาย แต่อย่าลืมว่าในน้ำมะพร้าว มีทั้งปริมาณน้ำตาลสูง และยังมีค่าโพแทสเซียมที่สูงมากอีกด้วย

ซึ่งปริมาณการดื่มน้ำมะพร้าวสำหรับคนทั่วไป คือไม่ควรเกินสองลูกต่อวัน หรือประมาณ 500 CC นั่นหมายความว่าถ้าเราจะลองดื่มน้ำมะพร้าวทุกวันแบบหนูทดลอง เท่ากับเราต้องดื่มเกินปริมาณที่แนะนำไปอย่างน้อย 6 เท่า !!

👉🏿และก็ไม่ได้มีอะไรมาการันตีว่าสมรรถภาพทางเพศจะเพิ่มขึ้นด้วย แต่สิ่งที่เราจะได้รับแน่ๆ คือค่าน้ำตาลในเลือดและค่าโพแทสเซียม ที่จะสูงขึ้นจนเกิดอันตรายกับร่างกายอย่างแน่นอน

🤵คุณหมอภาณุวัฒน์ ให้ข้อมูลว่า “ในน้ำมะพร้าวมีสารอาหารหลายชนิด เช่น น้ำตาล กรดอะมิโนอิสระ สาร trophic factor ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ และยังมีเกลือแร่ ที่มีประโยชน์ช่วยให้พลังงาน บำรุงร่างกาย รวมถึงช่วยให้คนที่ป่วยหรือบาดเจ็บ สามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น”

🥥🍸“โดยปกติหากจะให้ร่างกายได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ควรดื่มน้ำมะพร้าวตอนท้องว่าง ดื่มช่วงเย็น หรือดื่มช่วงก่อนนอน เพราะจะช่วยให้สาร trophic factor และกรดอะมิโน บำรุงเซลล์ร่างกายได้ดีในช่วงการนอนหลับ และยังช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นด้วย แต่เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีน้ำตาลและโพแทสเซียมอยู่มาก ดังนั้นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด จึงควรระมัดระวังในการดื่มให้ดี”


😬มาถึงตอนนี้หลายคนอาจเสียดายที่น้ำมะพร้าวไม่ได้มีสรรพคุณเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ‘ได้โดยตรง’ แต่โชคดีที่ คุณหมอภาณุวัฒน์ ยังไม่ลืมที่จะให้คำแนะนำถึงผลไม้ชนิดอื่น ที่ช่วยเพิ่มสมรรถภาพได้แบบ ‘จริงๆ’ แถมยังมีสรรพคุณที่ดีกับร่างกายไม่แพ้น้ำมะพร้าวอีกด้วย

🌴🥥“ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่นพวก ส้ม มะนาว กีวี่ ลูกหม่อน หรือเบอร์รี่ต่างๆ จะช่วยเพิ่มคุณภาพของสเปิร์ม ส่วน อะโวคาโด จะมีวิตามินบีสูง และมีกรดโฟลิก ที่ช่วยเรื่องการรักษาระดับฮอร์โมน สำหรับ แตงโม จะมีสารซิตรูลีน ช่วยเพิ่มอาร์จินีน ซึ่งทำให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดีขึ้น และมีผลต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศ นอกจากนี้ ยังมี ทับทิม ที่มีสารช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลกับอวัยวะเพศเช่นเดียวกัน” คุณหมอภาณุวัฒน์ กล่าว

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565

มะพร้าว กลายพันธุ์เป็น มะแพร้ว ได้ยังไง


มะพร้าว กลายพันธุ์เป็น มะแพร้ว ได้ยังไง?
ค้นหา
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสัตว์โลก แต่เป็นต้นไม้ที่ใครๆ ก็รู้จัก นั้นก็คือต้นมะพร้าว แต่ผมเชื่อว่ามีน้าหลายคนที่ไม่รู้ว่ามีต้นชื่อ "มะแพร้ว" อยู่ด้วย โดยเจ้าต้นมะแพร้วมีการกำเนิดที่ไม่ธรรมดา หรือก็คือผิดธรรมชาติ มันเป็นดังการกลายพันธุ์ของต้นไม้ ถ้าเทียบกับปลาก็คงคล้ายการเปลี่ยนแปลงของยีน จนทำให้ปลาตัวนั้นมีหน้าตา สี ที่ต่างออกไป เอาล่ะเดี๋ยวผมจะเล่าเรื่องมะแพร้วให้น้าๆ ได้รู้จักกัน

มะแพร้วเกิดขึ้นมาได้ยังไง?
ถึงแม้ว่า “มะแพร้ว” จะมีมานานแล้วมันนานจนลืมจุดกำเนิดของมันเลยทีเดียว รวมถึงวิธีการที่มันเปลี่ยนจาก “มะพร้าว” เป็น “มะแพร้ว” ก็ไม่มีรายงานที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน มีรายงานบอกไว้เพียง “เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของยีน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการกลายพันธุ์” .. จึงต้องขอเน้นว่า “มะแพร้ว” คือต้นไม้ที่เกิดจากการกลายพันธุ์โดยธรรมชาติ

มะพร้าว กับ มะแพร้ว มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนทุกประการจนแทบจะแยกไม่ออก “หากพบเห็นต้นมะแพร้วก็จะเข้าใจว่าเป็นมะพร้าว” แต่ทั้งสองมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย เช่น ช่อดอกหรือทะลายของผลบนต้น ก็จะเห็นความแตกต่างของต้นไม้ทั้ง 2 อย่างชัดเจน เดี๋ยวลองดูจากภาพ เปรียบเทียบจะได้เข้าใจง่าย

มะแพร้วไม่มีหางหนู (ระแง้) และดอกเพศผู้ ดอกเพศเมียหรือผลอ่อนจะเกิดอย่างหนาแน่นบนแกนกลาง (หรืองวง) โดนตรง มะแพร้วจะติดผลน้อยกว่ามะพร้าว มาก นั้นคือ 4-5 ผลต่อทะลายเท่านั้น นั่นเป็นเพราะไม่มีดอกเพศผู้ หรือมีดอกเพศผู้น้อยกว่าปกติ

“มะพร้าวมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cocos nucifera L. และ มะแพร้วมีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Cocos nucifera L. var. spicata K.C.Jacob จะเห็นว่ามะแพร้วแตกต่างจากมะพร้าวเพียง variety เท่านั้น”
ปลูกมะแพร้วเหมือนการเสี่ยงดวง
การปลูกมะแพร้วมันก็เหมือนการเสี่ยงดวง นั้นเพราะเมื่อเอา “ต้นมะแพร้ว” (แน่ใจว่าใช่มะแพร้ว) มาปลูก ก็ยังไม่สามารถเชื่อได้ว่ามันจะเป็นมะแพร้วในท้ายที่สุด เพราะเมื่อต้นมะแพร้วโตขึ้น มีโอกาสสูงมากเมื่อมันโตขึ้น และกลายเป็น “มะพร้าว” ..ว่ากันว่าเอามะแพร้วมาปลูก 10 ต้น เมื่อโตขึ้น มันอาจกลายเป็นมะพร้าว 8 ต้น

ภาพชัดๆ ทะลายของมะแพร้ว
เขียนมาซะยาว เชื่อว่าสิ่งที่น้าๆ อยากรู้คือ สรรพคุณของมะแพร้วคืออะไร?
น้ำของของมะแพร้ว ช่วยลดดับกระหาย คลายร้อน รู้สึกสดชื่น ช่วยลดอาการบวมน้ำ มีส่วนในการเสริมสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวพรรณกระชับ ลดการเกิดริ้วรอย ช่วยรักษาอาการไอ รักษาอาการอ่อนเพลียอันเนื่องจากการสูญเสียน้ำภายในร่างกายจากโรคท้องร่วง ช่วยรักษาอาการอาเจียนเป็นเลือด ช่วยรักษาอาการเมาค้าง ช่วยถอนพิษเบื่อเมา รักษาโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ ช่วยขับปัสสาวะ
น้ำและเนื้อของมะแพร้วมีวิตามินและแร่ธาตุอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ กรดอะมิโน แคลเซียม เป็นต้น
ดอกของมะแพร้วช่วยในการบำรุงโลหิต รักษาอาการเจ็บคอ ลดเสมหะ
น้ำของมะแพร้วสามารถฉีดเข้าเส้นเลือดได้ กรณีผู้ป่วยมีอาการขาดน้ำหรือมีปริมาณเลือดน้อย
น้ำของมะแพร้วอ่อนมีปริมาณของสารที่เรียกว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจน อยู่สูง ช่วยในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อมได้ ช่วยป้องกันและรักษาการเกิดโรคหัวใจ
ใช้เปลือกหุ้มรากของมะแพร้วรักษาโรคคอตีบได้
ช่วยรักษาอาการระคายเคืองดวงตาโดยใช้เนื้อมะแพร้วอ่อนนำมาวางบนเปลือกตา
ใช้รากหรือจั่นน้ำของมะแพร้ว รักษาโรคไข้ทับระดู
การอมน้ำกะทิสดของมะแพร้วประมาณ 3 วันช่วยในการรักษาปากเป็นแผล ปากเปื่อย
รากของมะแพร้วใช้อมบ้วนปากเพื่อรักษาอาการเจ็บคอ
น้ำมันของมะแพร้วช่วยรักษาอาการปวดกระดูกและเส้นเอ็น ช่วยรักษาแผลติดเชื้อ แผลเรื้อรัง ใช้ทาผิวหนังใช้ทารักษาแผลที่เกิดจากไฟไหม้หรือแผลถูกน้ำร้อนลวกเพื่อป้องกันแสงแดดและทำให้ผิวชุ่มชื้นในหน้าหนาว
ใบของมะแพร้วใช้ต้มน้ำดื่มเพื่อรักษาโรคอีสุกอีใส
และนี่คือเรื่องราวของต้นมะแพร้ว จริงๆ ต้องบอกว่าต้นไม้ชนิดนี้เสี่ยงสูญพันธุ์ด้วย นั้นเพราะเมื่อปลูกมันแล้ว โอกาสน้อยที่จะเป็นมะแพร้วอย่างที่ใจคิด สุดท้ายก็หวังว่าจะชอบเรื่องนี้กัน ยังไงก็ช่วยกันแชร์หน่อย

รายการบล็อกของฉัน