ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลิ้นจี่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลิ้นจี่ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ลิ้นจี่ ผลไม้พันปี..นักวิจัยเข้า​ถอดรหัส​จีโนมได้สำเร็จ​แล้ว

ลิ้นจี่ ผลไม้พันปี..นักวิจัยเข้า​ถอดรหัส​จีโนมได้สำเร็จ​แล้ว

นักวิจัยเข้า​ถอดรหัส​จีโนม “ลิ้นจี่” ผผลไม้พันปีได้สำเร็จทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาตินำโดย​ศาสตราจารย์ Jianguo Li แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรเซาท์ไชน่า ได้ถอดรหัสจีโนมของ”ลิ้นจี่” ผลไม้พื้นเมืองเอเชียที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน

ลิ้นจี่ เป็นชื่อของผลไม้ประเภทผลเดี่ยวซึ่งมีลักษณะเปลือกสีแดงในวงศ์ SAPINDACEAE (วงศ์เดียวกับเงาะและลำไย) มีต้นเนิดทางตอนใต้ของจีน และสันนิษฐาน​ว่าแพร่เข้ามาในไทยช่วงต้นของกรุงรัตนโกสินทร์

ลิ้นจี่นั้นถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์จีนสมัยราชวงศ์ถัง โดยเป็นผลไม้โปรดของหยางกุ้ยเฟย พระสนมของจักรพรรดิถังเสวียนจง ที่ทรงบัญชาให้ทหารม้านำลิ้นจี่จากแหล่งปลูกทางตอนใต้ของจีน เดินทางข้ามวันข้ามคืนมาถวายที่ฉางอานเพื่อให้ได้ทรงเสวยตามพระประสงค์

ลักษณะโดยทั่วไปของลิ้นจี่เป็นไม้ที่มีพุ่มต้นไม่สูงนัก โดยมากสูงไม่เกิน 10 – 12 เมตร พุ่มทึบ เป็นไม้ไม่ผลัดใบที่มีอายุยืนที่สุด โดยพบต้นที่มีอายุมากกว่า 1, 250 ปี ในบริเวณวัดของเมืองปูเทียน มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ทียังคงให้ผลผลิตอยู่จนทุกวันนี้

กลุ่มพันธุ์ของลิ้นจี่ในไทยอาจแบ่งกว้างๆ ได้เป็น 2 กลุ่มตามการปรับตัวเข้ากับอุณหภูมิ คือ กลุ่มที่ต้องการความหนาวเย็นเพียงเล็กน้อย ก็สามารถออกดอกได้ (ที่พบในไทยคือพันธุ์​ช่อระกา กระโถนท้องพระโรง แห้ว สำเภาแก้ว เขียวหวาน)​ และกลุ่มที่ต้องการความหนาวเย็นเป็นเวลานานจึงจะออกดอก (ที่พบในไทยคือพันธุ์ฮงฮวย โอวเฮียะ อีไว จักรพรรดิ จุกบีจี้ กวางเจา และกิมเอ็ง)

แต่สำหรับในประเทศจีน การถอดรหัส​จีโนม​ทำให้เราทราบวิวัฒนาการ​ของลิ้นจี่สวนว่า มีต้นกำเนิดมาจาก​ลิ้นจี่ป่าแถบมณฑลยูนนานทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

ต่อมาได้แผ่ขยายไปทางตะวันออกและใต้เข้าสู่เกาะไหหลำ ลิ้นจี่ในยูนนาน​เป็นสายพันธุ์​ที่ออกดอก​เร็ว ส่วนในเกาะไหห​ลำ​จะเป็นลิ้นจี่​ที่ออกดอกช่วงปลายปี​ ทีมงานพบว่าสายพันธุ์​ทั้ง 2 เริ่มวิวัฒนาการ​แยกออกจากกันเมื่อ​ประมาณ​ 18,000 ปีก่อน

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

โรคปริศนาเด็กอินเดียนับร้อยตายทุกปีเพราะกินลิ้นจี่ตอนท้องว่าง


ผลวิจัยชี้ เด็กอินเดียนับร้อยตายทุกปีเพราะกินลิ้นจี่ตอนท้องว่าง

นักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาและอินเดีย ระบุว่า โรคปริศนาที่ทำให้เด็กในภาคเหนือของอินเดียเสียชีวิตมากกว่า 100 คนใน 1 ปี เกิดจากการทานลิ้นจี่ตอนท้องว่าง...

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า นานกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เด็กสุขภาพดีหลายคนในรัฐพิหาร ทางเหนือของอินเดีย เกิดอาการชักอย่างกระทันหันและหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยครึ่งหนึ่งของเด็กที่เกิดอาการนี้เสียชีวิต สร้างความฉงนให้แก่แพทย์เป็นอย่างมาก แต่ผลการวิจัยล่าสุดซึ่งตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ ‘เดอะ แลนเซ็ต’ (The Lancet) ชี้ว่า สาเหตุที่ทำให้เด็กๆ เสียชีวิตเป็นเพราะพิษจากผลไม้

ตามที่ระบุในวารสาร เด็กๆ ที่เสียชีวิตเกือบทั้งหมดเป็นคนยากจนอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เน้นการปลูกลิ้นจี่เป็นหลัก และพวกเขาก็ทานผลไม้เหล่านั้นที่ร่วงลงสู่พื้นในสวนผลไม้ ทว่าลิ้นจี่มีสารพิษที่ยับยั้งความสามารถในการผลิตกลูโคสของร่างกาย และจะส่งผลกระทบต่อเด็กอายุน้อยที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ออยู่แล้ว เนื่องจากไม่ได้ทานอาหารเย็น
เด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบหลายคนตื่นขึ้นมากลางดึกและกรีดร้องเสียงดัง ก่อนจะเกิดอาการชักและหมดสติเพราะสมองบวมฉับพลัน

นักวิจัยได้ตรวจสอบเด็กที่มีอาการป่วยซึ่งถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในเมือง มูซาฟฟาร์ปุระ ระหว่างเดือนพ.ค.-ก.ค. ในปี 2014 และพบควมเชื่อมโยงระหว่างการแพร่กระจายของอาการป่วยที่ทำให้สมองบวม และอาการชักในเด็กในแถบทะเลแคริบเบียน ซึ่งสาเหตุเกิดจากผลแอคกี (ackee) ซึ่งมีสาร ‘ไฮโปกลีซิน’ สารพิษที่ยับยั้งความสามารถในการผลิตกลูโคสของร่างกาย และผลการทดสอบชี้ว่าลิ้นจี่ก็มีสารนี้เช่นกัน

การค้นพบดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเตือนพ่อแม่ในอินเดีย ว่าให้ลูกๆ ทานอาหารเย็นและจำกัดจำนวนลิ้นจี่ที่รับประทาน ส่วนเด็กที่มีอาการป่วยควรเข้ารับการรักษาอาการน้ำตาลในเลือดต่ำทันที และหลังจากนั้น จำนวนเด็กล้มป่วยก็ลดลงจากหลายร้อยคนต่อไป เหลือเพียงประมาณ 50 คนเท่านั้น

รายการบล็อกของฉัน