ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จีน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2566

กลยุทธ์ชี้ต้นหม่อนด่าต้นไหว หมายถึงอะไรเรามีตำตอบมาให้แล้ว


กลยุทธ์ชี้ต้นหม่อนด่าต้นไหว หมายถึงอะไรเรามีตำตอบมาให้แล้ว

กลยุทธ์ชี้ต้นหม่อนด่าต้นไหว คืออะไรหมายถึงอะไร..ท่าเราอ่านผ่านๆไปเราอาจจะนึกไม่ถึงว่ามันหมายถึงอะไร เรามาหาคำตอบพร้อมกันเลยดีกว่า


กลยุทธ์ชี้ต้นหม่อนด่าต้นไหว หรือ จวื่อซ่างม่าไหว (อังกฤษ: Point at the mulberry tree while cursing the locust tree; จีนตัวย่อ: 指桑骂槐; จีนตัวเต็ม: 指桑罵槐; พินอิน: Zhǐ sāng mà huái) 

เป็นกลยุทธ์ที่มีความหมายถึงเมื่อฝ่ายที่มีความเข้มแข็งมากกว่า หรือแคว้นที่มีกองกำลังทหารภายใต้สังกัดมากมาย 


ข่มเหงรังแกแคว้นเล็กหรือผู้ที่มีกำลังทหารน้อยกว่า ควรที่จะใช้วิธีการตักเตือนให้เกิดความเกรงกลัวและยำเกรง แม้นหากแสดงความเข้มแข็งให้ได้ประจักษ์ ก็จักได้รับความสนับสนุนจากผู้ที่อ่อนแอกว่า ถ้าหาญกล้าใช้ความรุนแรง ก็จักได้รับความยอมรับนับถือจากผู้ที่อ่อนแอกว่า 



คัมภีร์อี้จิงกล่าวว่า "แกร่งจึงต้อนรับ เสี่ยงจึงยอมสยบ นี่ถือหนทางปกครองแผ่นดินราษฏรจึงขึ้นต่อ" ตัวอย่างการนำเอากลยุทธ์ชี้ต้นหม่อนด่าต้นไหวไปใช้ได้แก่สุมาอี้ที่บุกเข้าควบคุมตัวของครอบครัวโจซองภายหลังจากที่ลิดรอนอำนาจของสุมาอี้เพียงเพื่อหวังในตำแหน่งอุปราช

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

เฮียเฮียะ หรือ เหี่ยเฮี๊ยะ ต้นไม้สารพัดประโยชน์ของจีน..ใช้ได้สารพัด..ทั้งไล่ผีทั้งรักษาโรคภัย ใช้กินเป็นอาหารในเทศกาลเช็งเม้ง

เฮียเฮียะ หรือ เหี่ยเฮี๊ยะ ต้นไม้สารพัดประโยชน์ของจีน..ใช้ได้สารพัด..ทั้งไล่ผีทั้งรักษาโรคภัย ใช้กินเป็นอาหารในเทศกาลเช็งเม้ง

โลกใบนี้มันยังมีอะไรที่เราไม่รู้..อีกมากมายแม้แต่พืช สัตว์ หรือ อะไรอื่นๆที่แปลกๆและมีหลากหลาย ในต่างประเทศที่เราไม่รู้จักแต่เราก็มีสิทธิ์ ที่จะขนขวายหาความรู้ต่างๆเข้ามาใส่ตัวเราได้ ...โดยเฉพาะต้นไม้ต้นนี้ผมไม่รู้จักจริงๆครับ ต้น เฮียเฮียะ หรือ เหี่ยเฮี๊ยะ

👉🏾บางทีเราอ่านหรือเร็วๆไปมันก็อาจเพี้ยนเสียง จะเป็น....เหี้ยเฮี๊ยะๆๆ ก็ได้  มาครับเดี๋ยวจะพาเข้าไปดูรายละเอียดและคุณประโยชน์ของต้นเฮียเฮียะ หรือ เหี่ยเฮี๊ยะกัน

เฮียเฮียะ

เฮียเฮียะ หรือ เหี่ยเฮี๊ยะ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Artemisia argyi; จีนตัวย่อ: 艾叶; จีนตัวเต็ม: 艾葉; พินอิน: ài yè ไอ้เย่; แปลตามตัว ใบไอ้; จีนแต้จิ๋ว: hian7 hiêh8, /hĩã.hiεʔ/) เป็นชื่อในตำรับยาภาษาจีนที่ใช้ใบของพืชที่เรียก ไอ้เฉ่า (จีนตัวย่อ: 艾草; จีนตัวเต็ม: 艾葉; พินอิน: ài cǎo) หรือ โกฐจุฬาจีน ภาษามลายูเรียกอูลัมมักวัน เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีอยู่ในสกุลโกฐจุฬาลัมพา และเป็นพืชท้องถิ่นในจีน ญี่ปุ่น และไซบีเรีย มีกลิ่นหอมแรง

ใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาตับ ม้าม และ ไตและใช้กินเป็นอาหารจีนเจ้อเจียงที่เรียก ชิงถฺวาน (青团) และอาหารจีนแคะ เฉ่าอากุ้ย (草仔粿)

👉🏿ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เฮียเฮียะ (A. argyi) เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรงสีเทา สูงประมาณหนึ่งเมตรมีกิ่งสั้น และมีเหง้า

ก้านใบเป็นรูปไข่ ใบรูปหอกกว้าง หยักเว้าลึก ขอบใบจัก สีเทาเขียวและปกคลุมด้วยต่อมผลิตน้ำมันขนาดเล็ก ใบด้านบนมีขนนิ่ม ๆ อยู่ประปราย ด้านล่างสีเทาขาว มีขนหนาแน่นจำนวนมาก ใบความยาวประมาณ 6 เซนติเมตร เป็นใบประกอบสามส่วน ใบประดับเรียบง่ายเป็นรูปใบหอกยาว

ช่อดอกเป็นช่อใบแคบ ดอกไม้แต่ละดอกมีสีเหลืองซีด มีลักษณะเป็นทรงกระบอก และฐานดอกกระจุกเป็นครึ่งทรงกลม ดอกกลางเป็นกะเทย ส่วนดอกข้างดอกเป็นตัวเมีย กลีบดอกแคบและพับเป็นทรงกระบอก

👉🏿ทั้งต้นมีกลิ่นหอมแรง
การแพร่กระจายและถิ่นที่อยู่
เฮียเฮียะเป็นพืชทนแล้ง (xerophile) ปรับตัวให้เจริญเติบโตในที่แห้งแล้ง ได้แก่บนเนินเขาที่แห้งแล้ง ริมฝั่งแม่น้ำสูงชัน ขอบของป่าโอ๊ค แนวชายฝั่ง ที่รกร้างว่างเปล่า ตามริมถนนและทางรถไฟ เจริญเติบโตได้ดีกว่าและมีกลิ่นหอมมากขึ้นเมื่อในพื้นที่แห้งแล้งและดินเลว

👉🏿การใช้ประโยชน์ในทางวัฒนธรรม
ชาวจีนภาคใต้ (ตอนใต้ของแม่น้ำแยงซี) ใช้ร่วมกับใบว่านน้ำแขวนประตูในช่วงเทศกาลเรือมังกรเพื่อปัดเป่าวิญญาณร้าย ส่งกลิ่นหอมระเรื่อ และสามารถใช้กินเป็นอาหารในเทศกาลเช็งเม้ง

การใช้เป็นอาหาร
เป็นอาหารพื้นเมืองทางตอนใต้ของจีน บริเวณมณฑลเจ้อเจียง เช่น ขนมนึ่งใส่เฮียเฮียะ ที่กินก่อนและหลังเทศกาลเช็งเม้ง โดยการบดนวดแป้งข้าวเหนียวไปพร้อมกับใบเฮียเฮียะสด อาจผสมด้วยถั่วลิสง งา น้ำตาล และไส้อื่นๆ (ในบางพื้นที่จะมีการใส่ถั่วเขียวเพิ่ม) แล้วนึ่ง เรียก ชิงถฺวาน และในอาหารจีนแคะก่อนนึ่ง ใช้ก้อนแป้งอัดลงแม่พิมพ์พร้อมใส้เป็นรูปต่าง ๆ เรียก เฉาอากุ้ย

ในลุ่มน้ำตงเจียงในกวางตุ้ง ชาวบ้านเก็บใบเฮียเฮียะสดและยอดอ่อนในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิเพื่อบริโภคเป็นผัก ในอาหารของชาวจีนแคะในเหมย์โจวใช้ใบแห้งหมัก และยัดลงในท้องไก่ ใส่ขิงหั่นบาง ๆ แล้วนึ่ง หรือต้มแกงไก่ รวมกับเนื้อลำไย และอื่นๆ

การใช้เป็นยาสมุนไพร
โดยการเก็บใบเฮียเฮียะ ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนเมื่อขณะออกดอก และตากในที่ร่ม

ในการแพทย์แผนจีน ถือว่ามีคุณสมบัติขม ฉุน และอุ่น และสัมพันธ์กัการบรักษาตับ ม้าม และ ไตใบใช้เป็นยาแก้ไอขับเสมหะใช้เป็นยาห้ามเลือด บรรเทาปวด ช่วยการเพิ่มปริมาณเลือดไปยังบริเวณอุ้งเชิงกรานและกระตุ้นการมีประจำเดือน ช่วยรักษาภาวะมีบุตรยาก ประจำเดือน โรคหอบหืด และไอ

อาจใช้ในการรมยา (moxibustion) ซึ่งเป็นรูปแบบการรักษาด้วยการเผาสมุนไพรเฮียเฮียะ (โกศจุฬาลัมพา) ในรูปกรวยหรือแท่ง หรือเป็นลูกกลมอัดที่เสียบไว้กับปลายเข็มฝัง เพื่อรมบริเวณจุดฝังเข็มตามตำแหน่งของเส้นลมปราณ

ใช้ในยาต้มแบบอย่างเดียว หรือกับสารอื่น ๆ

ใบสดสามารถบดและปั่นและคั้นน้ำผลไม้ ชาวโอรังอัซลีในรัฐเปรัก ประเทศมาเลเซียใช้ใบสดเคี้ยวแก้ไอ

น้ำมันระเหยสามารถสกัดจากใบและใช้ในการรักษาโรคหอบหืดและหลอดลมอักเสบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฉีดพ่นลงบนหลังลำคอและช่วยบรรเทาอาการได้อย่างรวดเร็ว ใบมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและแสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพในการต่อต้าน Staphylococcus aureus, Bacillus dysenteriae, Bacillus subtilis, Bacillus typhi, Escherichia coli และ Pseudomonas

การวิจัย

ในการวิจัยใบของเฮียเฮียะ (A. argyi) พบสารประกอบระเหย 96 ชนิด ได้แก่ อัลฟา-ทูจีน, 1,8-ซินีโอล, การบูร และอาร์เตมิเซียแอลกอฮอล์

ดอกมีสารประกอบระเหยเกือบ 50 ชนิด และการใช้ดอกไม้เพื่อการรักษาอาจได้ผลดีพอ ๆ กับการใช้ใบ

สารสกัดจากเมทานอลที่เตรียมจากทุกส่วนยกเว้นรากของพืชช่วยลดการกลายพันธุ์ของเชื้อ Salmonella typhimurium ได้

สารสกัดจากเฮียเฮียะ มีฤทธิ์ต้านเชื้อรากับ Botrytis cinerea และ Alternaria alternata ที่ทำให้ผักและผลไม้ในที่เก็บเน่าได้ง่าย

สารฟลาโวนที่แยกได้จากสารสกัดจากเฮียเฮียะ พบว่ามีฤทธิ์ต้านเนื้องอก

มีการศึกษาตรวจสอบประสิทธิภาพทางคลินิกของการรมยา (moxibustion) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของใบของสายพันธุ์ต่าง ๆ ของเฮียเฮียะ (A. argyi) และตรวจสอบวิธีการนำยาที่มีประสิทธิภาพที่สุด และเพื่อเพิ่มผลการรักษาแบบนี้

เฮียเฮียะ หรือ เหี่ยเฮี๊ยะ ต้นไม้สารพัดประโยชน์ของจีน..ใช้ได้สารพัด..ทั้งไล่ผีทั้งรักษาโรคภัย ใช้กินเป็นอาหารในเทศกาลเช็งเม้ง

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

จีนพบ ‘หลุมยุบยักษ์ลึกลับ’ ในกวางซีจ้วง ลึก 192 เมตร พร้อมหมู่ต้นไม้โบราณสูง 40กว่าเมตร มากมายหลายสายพันธุ์

จีนพบ ‘หลุมยุบยักษ์ลึกลับ’ ในกวางซีจ้วง ลึก 192 เมตร พร้อมหมู่ต้นไม้โบราณสูง 40กว่าเมตร มากมายหลายสายพันธุ์

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทีมสำรวจถ้ำได้ค้นพบหลุมยุบยักษ์ ในอำเภอ Leye เขตปกครองตนเอง Guangxi Zhuang ที่อยู่ทางตอนใต้ของจีน ทำให้ตอนนี้พื้นที่ดังกล่าวมีหลุบยุบแล้ว 30 หลุม 

Zhang Yuanhai จากทีมสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งประเทศจีนเผยว่า หลุมยุบดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้าน Ping’e มีขนาดกว้าง 150 เมตร ยาว 306 เมตร ลึก 192 เมตร ปริมาตรมากกว่า 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจัดเป็นหลุมยุบขนาดใหญ่ 

โดยบริเวณกำแพงของหลุมดังกล่าวมีถ้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง คาดว่าเป็นซากวิวัฒนาการของหลุมยุบในช่วงเริ่มแรก

ขณะด้านล่างมีป่าดั้งเดิมที่อยู่ในสภาพดี ซึ่งต้นไม้โบราณที่เติบโตอยู่ด้านล่างมีความสูงเกือบ 40 เมตร อีกทั้งยังมีพืชชอบร่มเงาเจริญเติบโตอย่างหนาแน่น ทีมวิจัยได้โรยตัวลงไปมากกว่า 100 เมตรเพื่อสำรวจภายในก้นหลุม 

หลุบยุบขนาดยักษ์ เกิดจากการพังทลายของถ้ำซ้ำๆ โดยพบมากในจีน เม็กซิโก และปาปัวนิวกินี 

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ทะเล ลาเวนเดอร์ม่วงสดใส รับนักท่องเทียว ในซินเจียง


ทะเล ‘ลาเวนเดอร์’ ม่วงสดใส รับนทท. ในซินเจียง
ค้นหา

— นักท่องเที่ยวหลากหลายวัยเยี่ยมชมหมู่มวลดอกลาเวนเดอร์สีม่วงสดใสที่กำลังบานสะพรั่งละลานตา ณ ทุ่งลาเวนเดอร์แห่งหนึ่งในอำเภอฮั่วเฉิง....

เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งมีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำจากดอกลาเวนเดอร์ด้วย

วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2564

หลับใหลนานกว่าศตวรรษคณะวิจัยคืนชีพเมล็ดพันธุ์บัวโบราณที่ขุดพบในพระราชวังหยวนหมิงหยวน


หลับใหลนานกว่าศตวรรษ! คณะวิจัยคืนชีพ ‘เมล็ดพันธุ์บัวโบราณ’ ที่ขุดพบในพระราชวังหยวนหมิงหยวน
ค้นหา
ดอกบัวที่ผลิบานอยู่ภายในพระราชวังฤดูร้อนเดิม หรือพระราชวังหยวนหมิงหยวน กรุงปักกิ่ง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นดอกบัวที่เติบโตจากเมล็ดพันธุ์ที่สลบไสลอยู่ใต้ดินมานานกว่า 100 ปี
ดอกบัวที่ผลิดอกเบ่งบานเหนือน้ำดอกนี้กลายเป็นความมหัศจรรย์ที่บรรดานักท่องเที่ยวและช่างภาพจากทั่วสารทิศต่างให้ความสนใจมาชื่นชมและเก็บภาพ เพื่อเฉลิมฉลองและยินดีให้กับการเกิดใหม่ของมัน

ระหว่างการขุดค้นทางโบราณคดีเมื่อปี 2017 มีการค้นพบเมล็ดพันธุ์ดอกบัว 11 เมล็ดในสระน้ำแห่งหนึ่งภายในพระราชวังหยวนหมิงหยวน ซึ่งนักโบราณคดีคาดการณ์เบื้องต้นว่าเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นถูกฝังอยู่ใต้ดินมานานกว่า 100 ปีแล้ว

หลี่เซี่ยงหยาง รองผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการพระราชวังหยวนหมิงหยวน ระบุว่าเป็นครั้งแรกที่มีการพบเมล็ดพันธุ์ดอกบัวนับตั้งแต่มีการขุดค้นทางโบราณคดีที่พระราชวังหยวนหมิงหยวน และเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นก็เป็นหลักฐานอ้างอิงในการวิจัยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของอดีตพระราชวังแห่งนี้
เจ้าหน้าที่ส่งตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ 3 เมล็ดไปให้กับมหาวิทยาลัยปักกิ่งเพื่อระบุอายุที่แน่นอนโดยใช้คาร์บอน-14 (carbon-14) ส่วนเมล็ดพันธุ์อีก 8 เมล็ดถูกส่งไปยังคณะวิจัยที่สถาบันพฤกษศาสตร์ภายใต้สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences – CAS) เพื่อทดลองการเพาะปลูกในห้องทดลองเมื่อปี 2018 ผลปรากฏว่ามีเมล็ดพันธ์ 6 เมล็ดแตกหน่อ ผลิใบ และมีราก

จางฮุ่ยจิน หนึ่งในนักวิจัยของสถาบันฯ ระบุว่าที่ผ่านมาเมล็ดพันธุ์ดอกบัวโบราณเหล่านี้อยู่ในภาวะจำศีล เนื่องจากถูกฝังอยู่ในดินพีท (peat soil) ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำ ความชื้นต่ำ และได้รับการรบกวนจากเชื้อจุลิยทรีย์น้อย นอกจากนี้เปลือกแข็งภายนอกเมล็ดพันธุ์ยังช่วยปกป้องมันไม่ให้น้ำหรืออากาศผ่านเข้าออก

“แม้เราปลุกมันให้แตกหน่อได้แล้ว แต่เรายังคงเผชิญอุปสรรคในการเพาะปลูก เนื่องจากดอกบัวโบราณนี้มีอัตราการเติบโตที่ช้ากว่าและมีเวลาออกดอกค่อนข้างช้า และมันก็ไม่สามารถเติบโตได้ดีในกระถางด้วย” จางฮุ่ยจินกล่าว

เมื่อเดือนเมษายน คณะนักวิจัยตัดสินใจนำต้นอ่อนของบัวโบราณ 4 ต้นลงไปปลูกในสระบัวภายในพระราชวังหยวนหมิงหยวนเพื่อให้เติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่ของพระราชวังฯ เป็นคนกำหนดสระบัว 4 แห่งที่จะให้ปลูกดอกบัวโบราณและเป็นผู้คอยดูแลดอกบัวเหล่านั้น ปรากฏว่าเวลาผ่านไป 2 เดือนกว่า เมื่อย่างเข้าสู่เดือนกรกฎาคม ดอกบัวโบราณเหล่านี้ก็ตื่นจากภาวะหลับใหล ผลิดอกเบ่งบานทักทายชนรุ่นหลังในศตวรรษที่ 21
จางฮุ่ยจินระบุว่า นอกจากดอกบัวโบราณที่พระราชวังหยวนหมิงหยวนแล้ว ทางสถาบันฯ ยังประสบความสำเร็จในการเพาะเมล็ดพันธุ์ดอกบัวโบราณที่ขุดพบจากเมืองอื่นๆ แล้ว เช่น เมืองต้าเหลียนในมณฑลเหลียวหนิง และเมืองไคเฟิงในมณฑลเหอหนาน ทั้งนี้ เมล็ดพันธุ์ดอกบัวอายุเก่าแก่ที่สุดที่ฟื้นคืนชีพสำเร็จนั้นนับเวลาย้อนกลับไปได้ถึง 1,000 ปี

รายการบล็อกของฉัน