ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลิ่นทุเรียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลิ่นทุเรียน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

6 สายพันธุ์ทุเรียนไทย ที่หายาก แถม ได้ราคาสูงอีกด้วย..

6 สายพันธุ์ทุเรียนไทย ที่หายาก แถม ได้ราคาสูงอีกด้วย..

ในที่สุดก็มาถึงแล้วกับฤดูกาลแห่ง “ทุเรียน” ราชาผลไม้ที่ทุกคนเฝ้ารอ! จนทำเอาพ่อค้าแม่ค้าทุเรียนแทบจะไม่พอขายกันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าพูดถึงพันธุ์ที่เป็นที่นิยมและชื่อคุ้นหูที่สุด คงหนีไม่พ้น หมอนทอง ก้านยาว หรือชะนี แต่รู้หรือไม่ว่า ที่จริงแล้วสายพันธุ์ทุเรียนมีมากกว่านั้น วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับอีก 6 สายพันธุ์ทุเรียนไทย ที่เรียกได้ว่ามีน้อย หาทานยาก แถมราคาสูง บางสายพันธุ์ราคาเหยียบแสนเลยก็มี!

📌ทุเรียนนนท์

หนึ่งในสายพันธุ์โบราณที่ไม่พูดถึงไปไม่ได้ “ทุเรียนนนท์” หรือที่คนนนท์เรียกว่า “ทุเรียนใน” ขึ้นชื่อว่าเป็นทุเรียนที่อร่อยที่สุด ทั้งยังได้รับความนิยมกันมาตั้งแต่อดีต แต่ปัจจุบันหาซื้อยากมาก เนื่องจากเหลืออยู่เพียงไม่กี่สวน ส่งผลให้มีราคาแพงมาก โดยจุดเด่นของทุเรียนนนท์ คือ มีเปลือกบาง รสชาติหวานกลมกล่อมละมุนลิ้นกำลังดี กลิ่นหอมไม่เหม็นฉุน ที่สำคัญไม่มีเสี้ยน ราคาปัจจุบันเริ่มต้นที่ประมาณ 5,000-50,000 บาท/กิโลกรัม

📌ทุเรียนภูเขาไฟ 

ทุเรียนภูเขาไฟ เป็นทุเรียนขึ้นชื่อจากจังหวัดศรีสะเกษ ปลูกในพื้นที่ภูเขาไฟโบราณ แถบเทือกเขาพนมดงรัก (อำเภอกันทรลักษ์, อำเภอขุนหาญ และอำเภอศรีรัตนะ) จุดเด่นของทุเรียนภูเขาไฟ คือ ตัวเนื้อมีความกรอบนอกนุ่มใน เส้นใยละเอียด รสชาติหวานมัน มีกลิ่นเฉพาะไม่แรงมาก ที่สำคัญด้วยที่ปลูกบนดินที่ผุพังมาจากหินบะซอลต์ มีธาตุอาหารต่าง ๆ ในปริมาณสูง บวกกับลักษณะภูมิอากาศของจังหวัดที่ไม่ชื้นจนเกินไป ทำให้เนื้อทุเรียนภูเขาไฟ อุดมไปด้วยธาตุอาหาร และวิตามินที่มีประโยชน์ ทำให้เป็นที่ต้องการในตลาดพรีเมียม โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 300-750 บาท

📌ทุเรียนหลง-หลินลับแล

สองสายพันธุ์ทุเรียนจากเมืองลับแล จ.อุตรดิตถ์ ที่กล่าวกันว่ามีเชื้อของทุเรียนป่าอยู่ด้วย อย่าง “หลินลับแล” ที่มีต้นกำเนิดมาจาก นายหลิน บันลาด ชาวบ้านผามูบ ที่นำเอาเมล็ดทุเรียนไม่ทราบพันธุ์ไปปลูก เมื่อออกผลเกิดการกลายพันธุ์ ทำให้มีลักษณะที่แตกต่างจากสายพันธุ์อื่น ๆ เช่น มีร่องพูที่ชัดเจน คล้ายผลมะเฟือง เนื้อในละเอียดมีสีเหลืองอ่อน รสชาติหวานมัน กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ 

สำหรับหลงลับแล จะมีต้นกำเนิดมาจากนายลมและนางหลง อุประ เป็นทุเรียนที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดทุเรียนที่ปลูกจากเมล็ดของกรมส่งเสริมการเกษตรและ จ.อุตรดิตถ์ ในปี พ.ศ.2520 จุดเด่นคือ เนื้อมีสีเหลืองอ่อนนาม รสชาติหวาน ไม่มีเสี้ยน กลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายดอกไม้ มีผลขนาดเล็กน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัมต่อลูก โดยทั้งสองสายพันธุ์จากเมืองลับแลจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 300-500 บาทต่อกิโลกรัม

📌ทุเรียนป่าละอู 

ของอร่อยขึ้นชื่อจากหัวหิน เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ปลูกในพื้นที่ป่าละอู อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ขึ้นทะเบียน GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะถือเป็นผลไม้เฉพาะถิ่นที่พบได้ในพื้นที่ป่าละอู-หัวหินเท่านั้น โดยลักษณะเด่น คือ มีขนาดลูกค่อนข้าใหญ่ ทรงรี ปลายแหลม เปลือกบาง เนื้อหนาเนียนละเอียดสีเหลืองอ่อน ผิวแห้ง รสชาติหวานมัน แต่จะมีความมันมากกว่า และมีกลิ่นไม่แรงมาก จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 280-300 บาท

📌ทุเรียนพวงมณี 

“พวงมณี” เป็นทุเรียนพื้นเมืองของภาคตะวันออก โดยลักษณะเด่นของสายพันธุ์นี้คือ มีผลเล็กกว่าพันธุ์อื่น ๆ เนื้อละเอียดสีเหลืองเข้ม มีรสชาติหวานจัด ที่สำคัญมีเนื้อที่ค่อนข้างน้อย ทั้งยังมีปริมาณผลผลิตที่ลดลงด้วย ทำให้หาซื้อยากและไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่ากับสายพันธุ์อื่น ๆ มีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 180-200 บาท 

📌ทุเรียนกบชายน้ำ

หนึ่งในสายพันธุ์ทุเรียนที่หายากและแพงที่สุดในไทย โดยมีราคาอยู่ที่ประมาณลูกละ 11,000-100,000 บาท มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมที่จังหวัดนนทบุรี โดยต้นแม่จะขึ้นอยู่ตามริมสระน้ำ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “กบชายน้ำ” ลักษณะเด่นของสายพันธุ์นี้คือ เป็นสายพันธุ์โบราณจากต้นที่มีอายุตั้งแต่ 40-100 ปี ทรงผลกลมรี พูเต็มเสมอกัน มีตั้งแต่ 5-6 พูขึ้นไป เนื้อมีสีเหลืองสวย เนียนแน่นละเอียด แทบไม่มีเส้นใย รสชาติหวานมันกลมกล่อม มีกลิ่นคล้ายดอกไม้ป่า แม้ผลจะสุกแล้วกลิ่นก็จะไม่ฉุนมาก

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2563

นักวิทยาศาสตร์สิงคโปร์ค้นพบที่มาของกลิ่นทุเรียน

นักวิทยาศาสตร์สิงคโปร์ค้นพบที่มาของกลิ่นทุเรียน

เหตุผลหนึ่งที่ทีมนักวิทยาศาสตร์สิงคโปร์ศึกษาเรื่องนี้เพราะชอบกินทุเรียนนักพันธุศาสตร์ชาวสิงคโปร์ 5 คน ประสบความสำเร็จในการถอดรหัสพันธุกรรมของทุเรียน "ราชาแห่งผลไม้" ได้เป็นครั้งแรกของโลก โดยสามารถระบุถึงยีนที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นแรง และ
ชี้ได้ว่าทุเรียนมีบรรพบุรุษร่วมกับ
ต้นคาเคาซึ่งใช้ผลิตช็อกโกแลต
ผลงานการวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสาร Nature Genetics โดยทีมนักพันธุศาสตร์ซึ่งปกติศึกษาเรื่องเซลล์มะเร็ง แต่ได้หันมาวิจัยเรื่องทุเรียนหลังได้รับทุนสนับสนุนจาก "กลุ่มคนรักทุเรียนผู้ไม่ประสงค์ออกนาม"

โดยใช้เวลาศึกษาถึง 3 ปี เพื่อค้นหาข้อมูลทางพันธุกรรมในดีเอ็นเอของทุเรียน ซึ่งเป็นต้นตอของกลิ่นฉุนรุนแรงที่เป็นเอกลักษณ์
นายแพทริก ตัน หนึ่งในผู้นำทีมวิจัยบอกว่า "ทุเรียนมียีนที่ทำให้กระบวนการผลิตกำมะถันในตัวเร่งเครื่องขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับผลไม้อื่น ๆ ซึ่งข้อมูลนี้สอดคล้องกับที่หลายคนรู้สึกว่าทุเรียนมีกลิ่นกำมะถันรุนแรง"

ทุเรียนมีกลิ่นแรงเพื่อดึงดูดสัตว์ป่าให้มากินและกระจายเมล็ดพันธุ์ออกไปทีมวิจัยยังบอกว่า การที่ทุเรียนมีกลิ่นแรงนั้น ก็เพื่อดึงดูดสัตว์ป่าให้มากินและช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ออกไปในบริเวณต่าง ๆ ของป่าเป็นวงกว้างขึ้นอย่างไรก็ตาม

จุดประสงค์หนึ่งของการวิจัยนี้ ก็เพื่อมองหาโอกาสในการพัฒนาพันธุ์ทุเรียนผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม
ซึ่งการขจัดยีนที่ทำให้ทุเรียนมีกลิ่นฉุนออกไป อาจนำไปสู่การผลิต "ทุเรียนไร้กลิ่น" หรือแม้กระทั่งทุเรียนที่มีกลิ่นและรสชาติอ่อนลง เพื่อให้ง่ายต่อการบริโภคของคนหลากหลายกลุ่ม รวมทั้งผู้ที่ไม่ชอบทุเรียนเพราะกลิ่นเป็นเหตุ

ทุเรียนซึ่งเป็นราชาแห่งผลไม้ เป็นที่นิยมทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อมีการแพร่ข่าวนี้ทางสื่อสังคมออนไลน์ มีผู้คนจำนวนมากในสิงคโปร์ออกมาวิจารณ์ถกเถียงกันในประเด็นที่ว่า ควรทำให้ทุเรียนไร้กลิ่นดีหรือไม่ ฝ่ายที่คัดค้านบอกว่า "ทุเรียนไร้กลิ่น ก็เหมือนคนไม่มีจิตวิญญาณ" และ "อย่าไปยุ่งกับธรรมชาติเลย ทุเรียนไม่มีกลิ่นไม่มีรส น่าขยะแขยงสิ้นดี" บางคนเสนอให้ลองนำยีนผลิตกลิ่นของทุเรียนไปใส่ไว้ในผลไม้ชนิดอื่นเช่นอะโวคาโด
ค้นหา
Custom Search

รายการบล็อกของฉัน