ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ snail แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ snail แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ความลับอัศจรรย์ของน้ำเมือกหอยทาก

หอยทาก นอกจากเป็น ศัตรูของ พืช ต้นไม้ แล้ว มันยังมีประโยชน์ที่คุณๆ คาดไม่ถึง คือ ความลับอัศจรรย์ของน้ำเมือกหอยทาก  
ค้นหา (Secrets miracle of snail slime.)
น้ำเมือกเหนียวๆของหอยทาก
คือ อะไร ?  
จากที่เราเคยได้ยินมาว่าหอยทากทุกตัวเวลาเดินเราจะเห็นเป็นเหมือนคราบน้ำทางยาวตามตัวหอยทากแล้วเค้าก็บอกต่อๆกันมาว่านี่แหละเมือกหอยทาก เราทำความรู้จักเมือกหอยทากกันดีกว่าคะ

เมือกหอยทาก หรือ Snail Slime  คือสารคัดหลั่งของหอยทากที่ผลิตมาเพื่อประโยชน์สำหรับการปกป้องผิวของหอยทากทั้งที่ใช้สำหรับการเคลื่อนที่และพ้ืนผิวที่สัมผัสกับอากาศตลอดเวลาซึ่งโดยปกติที่เราพบเห็นเป็นประจำก็คือเมื่อเวลาหอยเดินจะพบเมือกนี้เป็นคราบติดอยู่บนเส้นทางที่หอยทากเดินซึ่งเมือกนี้ก็เพื่อที่จะปองป้องส่วนที่สัมผัสพ้ืนดินที่เวลาเคลื่อนที่นั่นเอง

ประวัติของเมือกหอยทาก
ปี 1961: ในสเปนใช้เมือกหอยทาก maxx snail plus ในการรักษาโรคมะเร็ง พบว่าทำให้เซลล์มะเร็งที่ฉายแสงแล้วฟื้นตัวเร็วขึ้น...

ปี 1981: ความลับอัศจรรย์ของเมือกหอยทากถูกค้นพบอีกครั้งในฟาร์มเลี้ยงหอยทาก ประเทศชิลี  พบเรื่องน่าประหลาด คือคนงานในฟาร์มเลี้ยงหอยทาก(escargot) ระหว่างที่ได้นำหอยทากไปยังร้านอาหารฝรั่งเศสเป็นประจำทุกวัน  มือของพวกเขาเนียนนุ่มน่าสัมผัส นอกจากนั้น บาดแผลที่มือหายได้อย่างรวดเร็วรอยแผลเป็นที่มีอยู่ก็จางลง จึงเป็นแรงจูงใจ ไปสู่การค้นคว้าและวิจัยสารในเมือกหอยทาก...

ปัจจุบัน นักวิจัยระบุว่า ลักษณะของคอลลาเจน(collagen)และอิลาสติน(Eastin)ที่พบในเมือกหอยทาก คล้ายคลึงกับมนุษย์ และเมือกหอยทากอุดมด้วยสารนานาประโยชน์เหมาะกับการซ่อมแซมและบำรุงผิวของคน
หอยผลิตเมือกเพื่อช่วยในการเคลื่อนที่ ลดแรงเสียดทานเหมือนเป็นการปูพรมขณะเดินที่สำคัญเมือกที่ผลิตออกมายังช่วยสมานแผลบนเนื้อเยื่อของมันเองที่เกิดการขูดขีด เสียดสี กับพื้นผิวขรุขระยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเปลือกของหอยทากได้รับความเสียหายแตกออกหอยจะใช้น้ำเมือกที่ผลิตมาช่วยซ่อมแซมและสร้างเปลือกใหม่ให้ตัวเองแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการฟื้นฟูของเมือกหอยทากอย่างน่าอัศจรรย์
เมือกหอยทาก มีประโยชน์อย่างไรกับผิวเรา
ช่วยเร่งการผลัดและขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ ไม่สมบูรณ์ พร้อมกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรง
ช่วยป้องกัน และรักษาการชราภาพของเซลล์ผิว โดยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นพร้อมยกกระชับผิว

ช่วยบำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวนุ่มและเรียบเนียน ละเอียดเหมือนผิวเด็ก
ช่วยรักษาสิว สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ หยุดยั้งการเติบโตของเชื้อโรค ควบคุมความมันที่อาจก่อเกิดสิวช่วยรักษารอยแผลเป็น รอยหลุมสิว รอยแตกลาย ที่สะสมมานาน ให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้งสารออกฤทธิ์ที่มีในเมือกหอยทาก

1.Allantoin: เป็นสารต้านการอักเสบและระคายเคืองผิว และยังช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในผิวทำให้ผิวชุ่มชิ้น ฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพลดริ้วรอยได้ดีพร้อมเร่งการผลิตเซลล์ผิวใหม่ อีกทั้งช่วยควบคุมความมันเซลล์เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น ป้องกันการระคายเคือง สมานผิว (Skin regeneration)

2.Protein: เป็นอาหารให้กับผิว ปรับสภาพผิว เพื่อให้ผิวกระจ่างใส (Luminosity)

3.Vitamin A,C,E: ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Skin renewal)

4.AHA: ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว และควบคุมความมัน

5.Mucopolysaccharides: ให้ความชุ่มชื้นกับผิว

6.Proteolytic enzyme: ช่วยรักษาสมดุลของเอนไซม์โปรติเอส

7.Collagen & Elastin: ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นเปล่งปลั่ง กระชับ เนียนเด้ง โดยถ้าคู่กับ Elastin จะเพิ่มความยืดหยุ่นให้กกับผิว..

8.Chondroitin Sulfate: ช่วยสร้างและเพิ่มพลังงานให้กับผิว เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ชวนมองครับ

เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมโดย menmen

วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556

วิธีกำจัด “หอยทาก”แบบง่ายๆ(snail)

วิธีกำจัด “หอยทาก” วัชพืชตัวร้าย (snail)
หอยทาก จัดอยู่ในประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ไฟลัมมอลลัสคา เป็นสัตว์โบราณที่มีกำเนิดมาในราวตอนกลางยุคคาร์บอนิเฟอรัส (Carboniferous Period) ราวๆ เกือบสี่ร้อยล้านปีที่ผ่านมา วิวัฒนาการถึงปัจจุบันพบมีหอยทาก มากกว่า 500 ชนิด

วงจรชีวิต

หอยทากจะพบแพร่หลายในช่วงฤดูฝน เพื่อออกหากินสะสมอาหารจำนวนมากและแพร่ขยายพันธุ์ ชอบออกหากินในเวลากลางคืน เวลากลางวันจะอาศัยที่ร่มหลบแสงแดด หอยทากมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เมื่ออายุได้ประมาณ 5 ถึง 8 เดือน ชอบวางไข่ตามซากกองใบไม้ ขอนไม้ที่ผุ หรือใต้ผิวดินที่ร่วนซุยและชื้น วางไข่เป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 200-300 ฟอง ตัวหนึ่งๆจะวางไข่ได้ปีละประมาณ 1,000 ฟอง เมื่อฟักออกเป็นตัวอ่อนแล้วเปอร์เซ็นรอดน้อยมาก หอยทากมีอายุยืนเฉลี่ยประมาณ 5 ปี
หอยที่การเคลื่อนที่ช้ามาก ถึงขนาดมีหอยทากแถวๆ ทะเลแดงเคลื่อนด้วยความเร็วประมาณ 600 เมตร ต่อ 26 ปี แต่หอยทากสามารถไม่กินอะไรเลยได้ 1 ปี

และถึงจะเป็นสัตว์ที่เคลื่อนที่ช้าแต่ก็สามารถกัดกินยอดอ่อน ทําลายผลผลิตของ เกษตรกรได้อย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน

ซึ่งวิธีการกําจัดหอยทาก มีดังนี้ 

1.กากกาแฟ นอกจากจะเป็นปุ๋ยได้อย่างดีแล้ว คาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟยังเป็นสารพิษขนานเอกของและหอย ทากอีกด้วย นํากากกาแฟมาโรยไว้รอบๆแปลงผัก หรือรอบๆ กระถาง ความหยาบของกากกาแฟจะช่วยไม่ให้หอยทากเดินผ่านเข้าไปกินพืชผัก เพราะกากกาแฟจะติดลําตัวหอยทากเมื่อมันเดินผ่าน และกาแฟดําเข้มข้นที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนเยอะ ก็สามารถนํามาฉีดพ่นให้ทั่วแปลงผัก เพื่อป้องกันแมลง ทาก และ หอยทาก ไม่ให้กิน ใบพืชได้อีกด้วย หรือหากมันกินเข้าไปจะตายทันที เพราะฤทธิ์ของคาเฟอีนนั่นเอง หากจะฉีดพ่นทางใบควรใช้กาแฟดําเข้มข้นผสมนํ้า อัตราส่วนเข้มข้น 1 ถ้วยต้องมีคาเฟอีนไม่ตํ่ากว่า 1-2 % หากเจือจางจะเหมือนนํ้าชาทั่วไปจะไม่สามารถทําให้ตายได้

2.หินภูเขาไฟ มีอยู่หลายชนิด ลักษณะมีฟองอากาศอยู่ข้างใน เป็นรูโพรงเหมือนฟองนํ้า นอกจากจะนํามา เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง และใช้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ และยังสามารถนํามาโรยรอบๆ กระถางหรือแปลงผัก เพื่อ ป้องกันหอยทากได้ด้วย เพราะหินภูเขาฟะมีความคมและหยาบถึงขั้นบาดผิวหนังได้เลย ซึ่งเป็นสิ่งที่หอยทากไม่ ชอบ เพราะมันต้องใช้ลําตัวเดิน นอกจากนี้หินภุเขาไฟมีพลังลึกลับในตัวของมันเอง มีแรงดึงดูดเหมือนแม่เหล็ก หากหอยทาก เดินผ่านมันจะหมดเรี่ยวแรงทันที

3.สาหร่ายทะเล เป็นพืชที่เราสามารถนํามาป้องกันหอยทากได้ โดยการนําสาหร่ายไปตากแดดให้แห้ง และนํามาวางไว้รอบๆ แปลงผัก หรือรอบๆกระถาง หอยทากจะไม่มาใกล้ เพราะสาหร่ายทะเลมีความเค็มอยู่ใน ตัว และเวลาแห้งแล้วมันจะหยาบๆ กรอบๆ หอยทากไม่ชอบอะไรที่เค็มๆ หยาบๆ

4.ลวด ให้นําลวดมาพันไว้รอบกระถางต้นไม้ หรือหากปลูกพืชลงดิน ก็ให้หาแผ่นไม้เก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้วมา ทํารั้วกั้นแปลงผัก ความสูงจากดินประมาณ 1 คืบ แล้วใช้ลวดมาวางราบกับสันไม้ จากนั้นตอกยึดลวดให้เป็น แนวขนานกับไม้เพื่อป้องกันหอยทากเดินเข้าไปกินแปลงผัก เพราะลวดที่ตากแดดในตอนกลางวัน จะมีพลังงานจากแสงอาทิตย์เก็บอยู่เป็นจํานวนมากพอที่จะช๊อตหอยทากได้เมื่อปากหรือหนวดของมันไปสัมผัสกับลวด แล้วมันจะหันเหไปทิศทางอื่น
5.เปลือกไข่ มีประโยชน์สารพัด ไม่ใช่แค่ปุ๋ยอย่างดี แต่เป็นเพชรฆาตของหอยทากเลยทีเดียว นําเปลือก ไข่ไปล้างให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง แล้วนํามาบี้ให้แตกเป็นชิ้นๆ ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป แล้วนําไปโรยไว้ รอบแปลงผัก หรือรอบกระถางต้นไม้ โดยหงายเปลือกด้านในสีขาวขึ้น ห้ามควํ่า เปลือกไข่ที่คมจะบาดลําตัวของ ทากและหอยทาก และในเปลือกไข่จะมีสารแคลเซียมคาร์บอเนตที่ทากและหอยทากไม่ชอบ ซึ่งจะละเหยออกมา ทําให้มันไม่เข้าใกล้

6.กระเทียม มีธาตุกํามะถันสูง ที่สามารถต่อต้าน ขจัด ยับยั้ง และป้องกันสัตว์และแมลงต่างๆ ได้เป็น อย่างดี โดยการนํากระเทียมประมาณ 2-3 กํามือ มาตําให้ละเอียด แล้วนําไปแช่นํ้า 1 แกลลอน หรือ 16 ถ้วย (ตัก เปลือกกะเทียมที่ลอยอยู่ทิ้งไป) แช่นํ้าค้างคืนไว้ 1 คืน จากนั้นกรองนํ้ากระเทียมด้วยผ้าขาวบาง เอาแต่นํ้าและ นําไปฉีดพ่นตามแปลงผัก และตามกระถางต้นไม้ให้รอบ กลิ่นของกระเทียมจะขับไล่หอยทาก และแมลงต่างๆ ออกไป โดยไม่เป้นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและสภาพแวดล้อมแต่อย่างใด

7.ถ่านที่ใช้หุงต้ม วิธีการโดยการนําถ่านมาบดให้เป็นผงๆ หยาบๆ ไม้ที่ใช้เผาถ่านบางชนิด มีความแข็งมาก เมื่อนํามาบดถ่านจะมีมุมแหลมๆ แข็งๆที่สามารถบาดลําตัวของหอยทากได้ และถ่านที่ตากแดดไว้ อย่างน้อย3 ชั่วโมง จะมีพลังงานกระแสไฟฟ้าสะสมอยู่ เมื่อหอยทาก เดินผ่านจะโดนถ่านดูด ลักษณะคล้ายไฟดูด ทําให้ทากและหอยเสียการทรงตัว มึนๆ แต่ไม่ถึงตาย ซึ่งสามารถใช้เป็นรั้วป้องกันขโมยได้อีกทางหนึ่ง หรือถ้ามี ปริมาณมากก็ต้องกําจัดด้วยสารเคมีจําพวกนิโคลชาไมด์ เมทไทโอคาร์บ หรือเมททัลดีไฮด์ ในอัตราส่วนที่เหมาะสม

เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมโดย menmen

รายการบล็อกของฉัน