ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ผักกะสัง สมุนไพรมากคุณค่า

ผักกะสัง สมุนไพรมากคุณค่าต้านมะเร็ง รักษาสิว โรคผิวหนัง

ต้นกะสัง จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก ลำต้นเปราะหักง่าย ความสูงของต้นประมาณ 15-30 ซ.ม. ลำต้นและใบเป็นสีเขียวอวบน้ำ มีรสเผ็ดหอม ชอบขึ้นในที่ชุ่มแต่ไม่ชอบน้ำขัง ชอบแสงแดด ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด พบขึ้นทั่วไปในเขตร้อนทั่วโลก ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค โดยมักขึ้นในกระถางปลูกต้นไม้ บริเวณใกล้ห้องน้ำ ห้องครัวที่พื้นดินมีความชุ่มชื้น ตามสวนและสนามหญ้าทั่วไป

สรรพคุณของผักกะสัง
ผักกะสังต้านมะเร็ง
ผักกะสังถือว่าเป็นผักต้านมะเร็งชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีการศึกษาวิจัยในปัจจุบันพบว่า ผักกะสังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและมีวิตามินซีสูง เรียกได้ว่าวิตามินซีน้องๆ มะนาว คือมะนาว ๑๐๐ กรัม มีวิตามินซี ๒๐ มิลลิกรัม ส่วนผักกะสังมีอยู่ ๑๘ มิลลิกรัม รวมทั้งทางสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เคยวิเคราะห์หาธาตุอาหารในพืชผักต่างๆ พบว่าผักกะสัง ๑ ขีด หรือ ๑๐๐ กรัม มีเบต้าแคโรทีน ราว ๒๘๕ ไมโครกรัมเทียบหน่วยเรตินัล 

การที่ผักกะสังมีธาตุอาหารต้านมะเร็งอยู่สูงขนาดนี้ ผักกะสังจึงจัดว่าเป็นผักต้านมะเร็งชนิดหนึ่ง

*ผักกะสังเป็นยารักษาเริม มะเร็งเต้านม และฝี ในการรักษาเริมนั้นจะนำต้นผักกะสังผสมกับขมิ้นและข้าวสาร (ฮูยงงูกุมาตอกูยิ) ตำให้ละเอียดแล้วพอกทิ้งไว้ ๑ คืน และนำใบมาตำขยำแปะทาเม็ดที่เป็นใต้ราวนม แก้มะเร็งเต้านม 

ข้อมูลที่ว่าผักกะสังใช้รักษามะเร็งนี้ไม่เคยรู้มาก่อนเลยและเป็นที่น่าทึ่งตรงที่ว่ามีรายงานการศึกษาพบว่า สารในผักกะสังมีฤทธิ์ต้านมะเร็งด้วย 
นอกเหนือไปจากการ
*แก้อักเสบและแก้ปวดAdvertisement
*รักษาโรคลักปิดลักเปิดด้วยใบกะสัง
*ใบของผักกะสังใช้ในการรักษาโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งพอจะอธิบายได้ว่า ในผักกะสังมีวิตามินซีและสารอาหารสูง ซึ่งการรักษานั้นใช้ทั้งการกินและการบดต้นแปะบริเวณที่เลือดออกตามไรฟัน
*ผักกะสังรักษาโรคผิวหนัง

หมอยาพื้นบ้านของไทยใช้ผักกะสังเป็นยาไม่มากนักส่วนใหญ่ใช้พอกฝีและสิวโดยใช้ต้นสดตำพอกฝี หรือใช้น้ำคั้นทาสิว ในต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ใช้ทั้งต้นสดบดประคบฝี หรือตุ่มหนอง และโรคผิวหนังอื่นๆ เช่นกัน ซึ่งจากการศึกษาสมัยใหม่พบว่าผักกระสังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านแบคทีเรียหลายชนิด ทั้งยังมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งจะช่วยกำจัดเนื้อตายทำให้ฝีแตกได้ง่าย และสิวยุบเร็วขึ้น

*ผักกะสังรักษาสิว บำรุงผมและหนังศีรษะ
*ผักกะสังยังเป็นสมุนไพรสำหรับผู้หญิงอีกชนิดหนึ่งนอกจากใช้รักษาสิวแล้ว สาวๆ สมัยก่อนยังใช้น้ำต้มผักกะสังล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้ผิวหน้าสดใส ผักกะสังเป็นยาสระผมทำให้ผมนุ่มโดยนำใบขยำกับน้ำชโลมศีรษะให้ศีรษะเย็น ป้องกันผมร่วง ทำให้ผมนุ่ม ซึ่ง

อธิบายได้ว่าผักกะสังมีธาตุอาหาร มีความเป็นกรดอ่อนๆ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อราและแบคทีเรีย

การนำผักกะสังไปใช้ประโยชน์ในต่างประเทศ
ฟิลิปปินส์ รับประทานสดๆ หรือนำมาต้ม เพื่อรักษาโรคเก๊าท์ และข้ออักเสบ ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์กำลังศึกษาวิจัยเพื่อใช้เป็นยารักษาโรคข้ออักเสบรวมทั้งโรคเก๊าท์ เพราะผักกระสังสามารถลดปริมาณกรดยูริคในกระแสเลือด
*มาเลเซีย เชื่อว่าการรับประทานผักกระสังจะช่วยรักษาโรคตาและต้อ
*บราซิล ใช้ในการลดโคเลสเตอรอล
*กียานา ใช้ในการขับปัสสาวะ ลดไข่ขาวในปัสสาวะ
ประเทศในแถบอเมซอน ใช้ขับปัสสาวะ หล่อลื่น หัวใจเต้นผิดปกติ
*โบลิเวีย ใช้บดผสมน้ำกินเพื่อห้ามเลือด ส่วนรากต้มกินรักษาไข้ ส่วนเหนือดินใช้โปะแผล

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ผัก4อย่างที่ไม่ควรกินแบบดิบ


ผักบางอย่างกินดิบๆ แล้วมีประโยชน์สูง ได้วิตามินเต็มๆ เมื่อนำมาทำให้สุกแล้ววิตามินจะขายหมด แต่ผักบางอย่างถ้ากินดิบๆ จะมีโทษ มากกว่ามีประโยชน์นะคะ บางชนิดถ้ากินดิบๆ แล้วอาจส่งผลให้กลายเป็นโรคได้เลยนะครับ ว่าแต่มี ผัก อะไรบ้าง 
Love tree man รวมมาให้แล้วครับ มาดูกันเลย

*กะหล่ำปลี
ในกะหล่ำปลีดิบ จะมีสารพิษที่เรียกว่า “กอยโตรเจน” (Goibrogen) ซึ่งสารตัวนี้จะเป็นตัวไปกันไม่ให้ต่อมไทรอยด์ สร้างฮอร์โมนไทร๊อกซิน (Thyroscine) เมื่อร่างกายสร้างฮอร์โมนตัวนี้ไม่ได้ จึงส่งผลให้เกิดเป็น โรคคอหอยพอก วิธีการกำจัดสารพิษตัวนี้ คือ ต้องนำกะหล่ำปลีไปทำให้สุกเท่านั้น แต่อ่านแล้วไม่ต้องตกใจไปนะคะ เพราะถ้าจะเกิด โรคคอหอยพอกได้ คุณต้องทานกะหล่ำปลีเป็นกิโลครับ ลำพังแค่ทานนิดๆหน่อยๆ สบายใจได้เลยครับ

*ถั่วงอกดิบ
ในพืชตระกูลถั่ว ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเขียว หรืองา จะมีสารพิษที่เรียกว่า “ไฟเตต” อยู่ครับ สารพิษตัวนี้เมื่อเรากินเข้าไป จะไปดักจับแร่ธาตุบางชนิดในอาหาร ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุชนิดนั้นได้ ถ้าระยะยาวจะเป็นโรคขาดแร่ธาตุได้ครับ วิธีการทำลายสารพิษนี้ ก็คือการทำให้สุก แต่ถ้ากินถั่วงอกดิบในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากเกินไปไม่ต้องกังวลเรื่องนี้นะครับ

*หน่อไม้
หน่อไม้ดิบมีสารที่จะเปลี่ยนเป็นไซยาไนด์ ที่เป็นพิษได้ จึงต้องต้มในน้ำเดือดนานเกิน 10 นาทีจึงจะปลอดภัยสุดๆ เจ้าสารที่ว่าว่านี้ขื้นอยู่กับสายพันธุ์ของหน่อไม้ และสภาพการปลูก การบรรจุเตรียมขายด้วยครับ ในกรณีหน่อไม้ปี๊บต้องต้มฆ่าเชื้อก่อนปิดปี๊บอยู่แล้ว ก็ช่วยลดเจ้าสารพิษตัวนี้ไปได้มากๆ โดยปกติเรากินหน่อไม้ เราก็ต้องลวกก่อนอยู่แล้ว ลวกนานๆละกัน อีกเรื่องนึงก็คือโรคโบทูลิซึ่ม กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นหนักๆก็ไม่มีแรงหายใจเองไม่ได้ ถ้าช่วยไม่ทันก็ถึงตายได้ ถ้าหน่อไม้ปีปนั้นไม่สะอาดจะแฝงเชื้อนี้มากับดิน

*ถั่วฝักยาว
ยิ่งเป็นถั่วฝักยาวดิบด้วยแล้วจะมีแก๊สค่อนข้างสูงโดยเฉพาะแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ เหม็นเปรี้ยว ตดมีกลิ่นเหม็น ไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาการย่อยยากและผู้สูงอายุครับ

อัศจรรย์4 โรคร้ายหายได้ด้วย ‘มะเขือพวง’


อัศจรรย์! 4 โรคร้ายหายได้ด้วย ‘มะเขือพวง’
“มะเขือ พวง” ผักพื้นบ้านที่ทุกคนต่างรู้จักดี เพราะพบได้ในอาหารไทยหลายชนิด เช่น ในแกง ในผัด หรือทานกับน้ำพริก แต่ถึงจะคุ้นเคยมากแค่ไหน ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ชอบรสขมของมะเขือพวง แต่เห็นขมๆอย่างนี้

รู้มั้ยว่า “มะเขือพวง” ประโยชน์เพียบนะครับ
โดยนักวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้วิจัยเรื่อง”สรรพคุณวิเศษของมะเขือพวง” และพบว่ามะเขือพวงมีประโยชน์อย่างมาก  

เนื่องจากมีฤทธิ์ช่วยลดอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน มีเส้นใยที่ช่วยดูดซับไขมันส่วนเกินได้ดีเยี่ยม ทำให้มะเขือพวงสามารถรักษาโรคทั้ง 4 โรคนี้ได้ครับ

1. โรคเบาหวาน
มะเขือพวงมีสาร “เพกติน” ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยสารนี้จะมีหน้าที่ช่วยเคลือบผิวในลำไส้ ทำให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ช้า จึงช่วยดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง ทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือดคงที่

2. โรคกระเพาะ
มะเขือพวงช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร โดยมีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากการใช้ยา แอลกอฮอล์ และความเครียดได้

3. โรคขาดสารอาหาร
มะเขือพวงมีสารจำพวก “ไฟโตนิวเทียนท์” ที่จะช่วยร่างกายในสภาวะขาดสารอาหาร ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติ

4. โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด 
มะเขือพวงมีกลุ่มสาร “ทอร์โวไซด์”  ซึ่งช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้ และกระตุ้นให้ตับนำโคเลสเตอรอลในเลือดไปใช้ได้มากขึ้น  รวมทั้งยับยั้งการดูดซึมกลับของโคเลสเตอรอลในลำไส้ด้วย จึงอาจช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้อีกทางหนึ่ง
ผักพื้นบ้านที่หาทานได้ทั่วไป แต่ประโยชน์ไม่ธรรมดาเลยใช่มั้ยคะ รู้อย่างนี้ครั้งหน้าก็อย่าเขี่ยเจ้ามะเขือพวงเม็ดเล็กๆ ทิ้งไว้ข้างจานอีกนะครับ ฝืนใจทานหน่อย ท่องไว้เพื่อสุขภาพ

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อีเหนียว ใบ กินเป็นยาลดนิ่วในท่อน้ำดีและไต้

อีเหนียว ไม่ใช่วัชพืขเท่านั้น..ใบ กินเป็นยาลดนิ่วในท่อน้ำดีและไต
ราก ยาแก้ไข้ แก้อาการปวดศีรษะทั้งต้น ยาแก้ลมขึ้นศีรษะทำให้ปวดศีรษะ ยาแก้อาการปวดท้องใบ ยาลดนิ่วในท่อน้ำดีและไต

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ราก, ทั้งต้น และ ใบ

สรรพคุณทางยา :
ราก ยาแก้ไข้ แก้อาการปวดศีรษะ แก้ตัวร้อน ยาแก้ปวดฟัน ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ลำไส้อักเสบ ยาขับพยาธิ ขับพยาธิไส้เดือนในเด็ก ยาขับปัสสาวะ
ทั้งต้น ยาแก้ลมขึ้นศีรษะทำให้ปวดศีรษะ ยาแก้อาการปวดท้อง ปวดกระเพาะ ยาแก้ฝีเย็นทั้งภายในและภายนอก ช่วยแก้อาการฟกช้ำ ปวดบวม และใช้เป็นยาชาเฉพาะที่บริเวณภายนอก ยาขับความเย็นชื้นในร่างกาย ช่วยกระจายลมชื้น แก้ปวดข้อหรือลมจับโปง นิ้วมือนิ้วเท้าเป็นเหน็บชาหรือหงิกงอขยับไม่สะดวก แก้ปวดก้นกบ แก้อัมพฤกษ์ อัมพาต ยาแก้อาการปวดข้ออันเนื่องมาจากลมชื้นหรือรูมาติซั่ม ปวดขา ปวดเอว
ใบ ยาลดนิ่วในท่อน้ำดีและไต

วิธีการใช้ :                                  
ยาแก้ไข้ แก้อาการปวดศีรษะ แก้ตัวร้อน ยาแก้ปวดฟัน ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ลำไส้อักเสบ ยาขับพยาธิ ขับพยาธิไส้เดือนในเด็ก ยาขับปัสสาวะ นำรากมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
ยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อตับ ใช้เป็นยาแก้เส้นเลือดอุดตัน ยาช่วยบำรุงโลหิต ช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด และช่วยลดระดับน้ำตาล ยาบำรุงกำลัง ยาแก้ไข้ ยาถ่าย ยาขับพยาธิ ขับพยาธิไส้เดือนในเด็ก ยาขับปัสสาวะ ช่วยแก้ประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ หรือประจำเดือนไม่มาของสตรี ยาห้ามเลือด ยาแก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน แก้ปลายประสาทผิวหนังอักเสบ ยาแก้อาการปวด บวมช้ำ ฟกช้ำ นำทั้งต้นหัวมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
ยาลดนิ่วในท่อน้ำดีและไต นำใบมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน

ถิ่นกำเนิด :อีเหนียวเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การทานใบเหลียง ป้องกันต้อกระจกได้ด้วย

การทานใบเหลียง ป้องกันต้อกระจกได้ด้วย

ผักบุ้ง กินแล้วตาหวาน อย่าพึ่งเชื่อถ้าไม่ได้รู้จัก ผักเหลียง?
ผักเหลียงคือผักใบเขียวชนิดหนึ่งที่มีใยอาหารสูง แล้วยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ สารกลุ่มนี้ช่วยในการดูแลสุขภาพตาได้ดีมากๆ

ผักเหลียงอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนที่ช่วยบำรุงสายตา ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ดี ลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก
มีข้อมูลจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ว่า 
ผักเหลียง 100 กรัม หรือ 1 ขีด ไม่รวมก้าน ให้เบต้าแคโรทีนสูงถึง 1,089 ไมโครกรัม สูงกว่าที่มีในผักบุ้งจีน 3 เท่า มากกว่าผักบุ้งไทย 5-10 เท่า และมากกว่าใบตำลึง

หรือผักที่ถือว่าเป็นสุดยอดของแหล่งเบต้าแคโรทีนอย่างแครอทครับ
ผักพื้นบ้านมีประโยชน์ ก่อนหาผักฝรั่งมาทาน เรารู้จักผักพื้นบ้านดีแล้วหรือยัง!!
ต้นเหลียง

ยอดอ่อนมะม่วงหิมพานต์ มีสารชะลอความแก่มากกว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่


ยอดอ่อนมะม่วงหิมพานต์ มีสารชะลอความแก่มากกว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่..รู้งี้ต้องกิน
 
จากการวิจัยพบว่า ยอดอ่อนมะม่วงหิมพานต์และใบมันปูมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และมีสารชะลอความแก่มากกว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จากต่างประเทศหลายเท่า

หากทานเป็นประจำจะสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ จากการวิจัยของสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลเรื่องสารอาหารและคุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระของผักพื้นบ้านบางชนิดของภาคใต้ไทย ซึ่งหาง่ายราคาถูกปลูกและขึ้นเองตามธรรมชาติ
     
จากการศึกษาผักพื้นบ้านภาคใต้ 23 ชนิดพบว่า ยอดมะม่วงหิมพานต์มีการต้านอนุมูลอิสระหรือสารชะลอความแก่เป็นจำนวนมาก สารนี้สามารถยับยั้งการทำลายเซลล์ของร่างกาย ทำให้ดูอ่อนกว่าวัยสุขภาพดีแข็งแรง
     
รองลงมาคือยอดใบมันปูโดยมีสารประกอบชะลอความแก่ตระกูลโพลิฟรีนอลสูงกว่าผักธรรมดา เช่น ผักคะน้า บร็อคโคลี่ ผักขม ถึง 43 เท่าและมากกว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ที่ยอมรับกันว่าเป็นผลไม้ที่มีสารชะลอความแก่ถึง 6 เท่า
นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี วิตามินอี เบต้า แคโรทีน และลูทีน (ช่วยบำรุงสายตา) ในปริมาณที่สูงกว่าตระกูลเบอร์รี่อีกด้วย
     
มีงานวิจัยในต่างประเทศพบว่าผักหรือผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงจะมีฤทธิ์ต้านการอักเสบช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งบางชนิด โรคหัวใจ และต้อกระจกได้ จึงได้มีการทดลองนำเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่มาทดสอบในระดับหลอดทดลองพบว่า สารต้านอนุมูลอิสระของผักทั้ง 2 ชนิดคือยอดมะม่วงหิมพานต์และยอดใบมันปูมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

พบต้นคูนเผือกโผล่กลางป่า


พบต้นคูนเผือกโผล่กลางป่า ออกใบสีอ่อนทั้งต้น
พบต้นคูนเผือกโผล่กลางป่า จังหวัดนครสวรรค์  ออกใบสีอ่อนทั้งต้นซึ่งประหลาดกว่าต้นอื่นๆ

ที่จังหวัดนครสวรรค์ มีประชาชนในพื้นที่อำเภอหนองบัว ไปพบต้นคูนประหลาดผลิดอกออกใบเป็นสีเหลืองอ่อนสวยงามสง่าทั้งต้น และแตกต่างจากต้นคูนทั่วไปโดยที่ต้นคูนดังกล่าว มีผู้ค้นพบและตั้งชื่อให้มันว่าต้นคูนเผือก อยู่ภายในป่าเชิงเขาบ้านปากดง  หมู่ที่ 10 ตำบลทุ่งทอง ซึ่งอยู่ติดกับไร่มันสำปะหลังของนายบรรเจิด บุญบาง อายุ 37 ปี เกษตรกรที่เป็นผู้ค้นพบต้นคูนเผือกเป็นคนแรก

จากการเดินทางไปตรวจสอบพบว่า ต้นคูนดังกล่าวน่าจะมีอายุมากกว่า 10 ปี ยืนต้นสูง สวยเด่นเป็นสง่า อยู่กลางหมู่ต้นไม้ที่เขียวขจี เนื่องจากใบทั้งลำต้นออกสีเป็นสีขาวสลับกับสีเขียวอ่อน คล้ายกับสีเผือก แตกต่างกับต้นดอกคูนทั่วๆ ไปที่ใบมีสีเขียว  แต่ในส่วนของช่อดอกคูนนั้นกลับพบว่า มีสีเหลืองปกติเหมือนทั่วๆ ไป

นายบรรเจิดเล่าว่า ตนเองได้เช่าที่ของเพื่อนบ้านเพื่อลงทุนทำไร่มันสำปะหลังอยู่ที่บริเวณแห่งนี้มานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยได้เดินเข้าไปสำรวจในพื้นที่ป่าเชิงเขาใกล้เคียง จนกระทั่งเมื่อวานนี้ได้สังเกตเห็นว่ามีต้นไม้ออกใบเป็นสีขาวเกือบทั้งต้น 

เมื่อเห็นแล้วก็รู้สึกประหลาดใจและทึ่งในความสวยงาม จึงได้เดินลุยป่าเข้าไปตรวจสอบใกล้ๆ แล้วก็พบว่าเป็นต้นคูนที่มีสีสันแปลกตาไม่เหมือนกับต้นคูนทั่วๆ ไป ซึ่งตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยพบต้นคูนที่ออกใบเป็นสีขาวและสีเขียวอ่อนแบบนี้มาก่อน

รายการบล็อกของฉัน