ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

การบูชายัญสุดโหดของชนเผ่าMkodosด้วยการจับคนมาให้ต้นไม้กิน

🍀ตำนานพิธีกรรมสุดสยอง! 
การบูชายัญสุดโหดของชนเผ่า ‘Mkodos’ ด้วยการจับคนมาให้ต้นไม้กิน
ตำนานแห่งต้นไม้กินคนนั้นแทบจะมีอยู่ในทุกมุมโลก โดยชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่กับธรรมชาตินั้น ได้ให้ความนับถือพวกมันไม่ต่างจากเทพเจ้าเลยแม้แต่น้อย 

ดังเช่นเรื่องราวที่เรากำลังจะพาทุกท่านไปชม เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในแถบแอฟริกาตะวันออก ถูกบันทึกในหนังสือที่เขียนโดยอดีตผู้ว่าการรัฐมิชิแกน เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในทศวรรษ 1870 ที่การเดินทางออกสำรวจป่าดงดิบทั่วโลกยังเป็นที่นิยม

เรื่องราวนั้นเล่าถึงนักผจญภัยสองคนนามว่า “คาร์ล ลิเค” และ “เฮนดริก” ทั้งคู่ได้เดินทางไปสำรวจเกาะใหญ่แห่งหนึ่งในแถบแอฟริกาตะวันออก โดยได้พบกับสมาชิกของเผ่า Mkodos ซึ่งดำรงชีพด้วยการอาศัยอยู่ในถ้ำกันเป็นกลุ่ม หลังจากที่ทำความคุ้นเคยจนเผ่า Mkodos ไม่มีทีท่าว่าจะทำร้ายแล้ว พวกเขาก็ได้ขอพำนักอยู่ร่วมภายในเผ่าเพื่อทำการเก็บข้อมูลต่างๆ

หลังจากการเลี้ยงต้อนรับในยามค่ำคืนผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างคนเมืองและชาวเผ่าดูเหมือนว่าจะมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันเป็นอย่างดี หัวหน้าเผ่าจึงได้ทำการชักชวนให้ทั้งสองคนเข้าร่วมพิธีกรรมที่แสนสำคัญของเผ่า นั่นก็คือการ “บูชายัญ” ให้เทพเจ้าแห่งป่า ทั้งคู่ก็ตอบตกลงเพราะพิธีกรรมเช่นนี้ไม่ได้หาดูกันได้ง่ายๆ พิธีบูชายัญถูกจัดขึ้นในรุ่งเช้าของวันถัดมา ทั้งคู่เดินตามชาวเผ่าเข้าไปในป่าลึกซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชม.จึงถึงจุดหมาย

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขานั้นคือต้นไม้ที่มีลักษณะคล้ายกับต้นสับปะรด แต่มันมีขนาดที่ใหญ่กว่ามาก กะคร่าวๆ ด้วยสายตาก็เกือบ 3 เมตร ที่พื้นนั้นนั้นมีใบทอดวางอยู่กับพื้นประมาณ 8 ใบ แต่ละใบนั้นเต็มไปด้วยหนาม ตรงกลางของลำต้นมีลักษณะคล้ายกับอ่างน้ำ 

ซึ่งพวกเขาได้รับอนุญาตให้เดินไปดูใกล้ๆ และพบว่าภายในอ่างกลางลำต้นนั้นมีของเหลวใสๆ อยู่ด้านในและมีเส้นขนสีเขียวลักษณะคล้ายกับเกสรยาวๆ ยื่นออกมาจากขอบแอ่ง ซึ่งขณะที่พวกเขากำลังจะเอานิ้วมือลงไปแตะก็ถูกห้ามโดยให้เหตุผลว่า“มันยังมีพิษอยู่

จากนั้นก็ถึงเวลาทำพิธี ทั้งสองคนได้เห็นชนเผ่า Mkodos นำเด็กสาววัยรุ่นเดินมายังต้นไม้ลึกลับ โดยเธอมีอาการขัดขืนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งไม่สามารถที่จะหนีได้เพราะว่ามีคนที่ถืออาวุธคอยกันไว้ไม่ให้หนี เธอถูกสั่งให้เอามือไปแตะเกสรสีเขียวที่ยื่นออกมาที่ขอบอ่าง...

 ภาพที่ทั้งสองคนเห็นก็คือ ใบที่ทอดวางอยู่บนพื้นนั้นพุ่งเข้ามาหาพร้อมกับรัดตัวเด็กสาวอย่างรุนแรง หนามแทงลงไปในเนื้อทำให้เลือดของเธอไหลออกมาผสมกับของเหลวที่อยู่ในอ่างกลางลำต้น
เมื่อเลือดไหลลงมาผสมแล้ว ชาวเผ่าที่ยืนมุงก็ต่างวิ่งเข้าไปตักของเหลวที่ผสมกับเลือดกินในทันที
ทั้งสองคนถูกชักชวนให้กินด้วยแต่ภาพที่อยู่ตรงหน้านั้นมันโหดซะจนพวกเขานั้นไม่กล้ากิน จึงต้องขอยืนดูอยู่ห่างๆ หลังจากที่คนในเผ่ากินของเหลวที่อยู่ในอ่างเข้าไปนั้น 
ไม่นานพวกเขาก็มีอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาและทำการมีเพศสัมพันธ์แบบหมู่กันบริเวณต้นไม้กินคน ส่วนนักสำรวจทั้งสองคนได้แยกตัวและเดินออกมาแบบเงียบๆ

เทพเจ้าแห่งป่า
พิธีดำเนินไปกว่า 6 ชั่วโมงกว่าที่คนทั้งหมดจะออกมาจากจุดที่มีต้นไม้กินคน นักสำรวจทั้งสองคนได้ขอร้องให้คนในเผ่าพามาสังเกตและจดบันทึกทุกวัน และพบว่าตั้งแต่ที่ต้นไม้ได้เหยื่อสังเวยนั้น ใบที่ทอดลงกับพื้นดินนั้นรัดตัวเหยื่อกว่า 10 วันก่อนที่จะปล่อยร่างลงพื้นดิน ส่วนเรื่องของของเหลวที่ผสมเลือดนั้น ชาวเผ่าเล่าว่าพอกินเข้าไปแล้วพวกเขาจะรู้สึกมีวิญญาณธรรมชาติเข้ามาสิงสู่ในร่างกายและบังคับให้พวกเขาทำในสิ่งที่เห็นเพื่อเป็นการบูชาต่อจิตวิญญาณแห่งป่าตามความเชื่อ

เรื่องราวนี้ฟังดูเหนือธรรมชาติจนเกินไปจนทำให้มีคนกล่าวว่ามันเป็นเพียงนิยายสร้างแรงบันดาลใจของนักผจญภัยเท่านั้น แต่ก็ยังมีผู้ที่คงตามหาเจ้าต้นไม้กินคนที่ว่านี้ แต่ทำอย่างไรก็ยังหาไม่เจอสักที

เรียบเรียง : S

The Mongee Banana กล้วยที่สามารถทานได้ทั้งเปลือก ของดีญี่ปุ่น


มารู้จักThe Mongee Banana 
กล้วยที่สามารถทานได้ทั้งเปลือก ของดีญี่ปุ่น
กล้วย เป็นผลไม้ทานง่ายที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย นอกจากมันจะมีประโยชน์แล้ว รสชาติของกล้วยยังดีอีกด้วย จึงไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่มักนำผลไม้ชนิดนี้ไปปรุงอาหาร คาวก็ดี หวานก็ดี หรือแม้แต่กินกันสดๆ เลยก็ยังอร่อยเหาะ แต่คุณเคยคิดมั้ยว่า มันจะดีกว่ามั้ยถ้าเราสามารถกินกล้วยเลยโดยไม่ต้องเสียเวลาปอกเปลือก วันนี้ Campus-Star จะพาคุณไปดู มารู้จัก! The Mongee Banana กล้วยที่สามารถทานได้ทั้งเปลือก ของดีญี่ปุ่น! นี่เรื่องจริงไม่ได้โม้

The Mongee Banana กล้วยที่กินได้ทั้งเปลือก…
The Mongee Banana เป็นกล้วยที่ปลูกได้เฉพาะในจังหวัดโอคายามะ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในแต่ละอาทิตย์นั้นจะสามารถจัดจำหน่ายได้อาทิตย์ละ 10 ผล เท่านั้น ราคาอยู่ที่ลูกละ 648 เยน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 194 บาท ความพิเศษของกล้วยชนิดนี้ที่ทำให้ใครๆ ก็อยากลิ้มลองก็คือ มันสามารถกินได้ทั้งเปลือก!

โดยไอเดียเจ๋งๆ อย่างกล้วยที่กินได้ทั้งเปลือกนั้น เป็นความคิดของ D&T Farms พวกเขาได้ใช้กรรมวิธีที่มีชื่อว่า Freeze Thaw Awakening ซึ่งนั่นก็คือ การสกัด DNA ของกล้วยออกมาเพื่อให้ได้สายพันธุ์โบราณที่สามารถปลูกในหน้าหนาวได้ แล้วพวกเขาก็ประสบความสำเร็จในที่สุด ด้วยความที่ไม่ได้ปลูกในอากาศร้อนชื้น พวกเขาจึงไม่ประสบกับปัญหาแมลงก่อกวน แถมยังปลูกด้วยวิธีแบบออร์แกนิกอีกต่างหาก

ด้วยกรรมวิธีต่างๆ ทำให้กล้วยชนิดนี้หวานกว่ากล้วยชนิดอื่นๆ ตัวเนื้อกล้วยจะเหนียวกว่าและมีกลิ่นแรง เปลือกสามารถทานได้แต่จะมีรสชาติขมนิดๆ เหนียวกว่าเนื้อ 

แต่ถ้ากินด้วยกันทั้งเปลือกทั้งเนื้อรสชาติจะเข้ากันได้มากกว่า

รายการบล็อกของฉัน